เจียงเหยียนเข้าใจความรู้สึกของซูอวี่ถงดี
เธอยื่นดอกกุหลาบสีเหลืองที่ตัดมาให้ซูอวี่ถง
จากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดว่า “พี่สะใภ้ ในสายตาฉัน พี่ก็สวยและอ่อนโยนเหมือนกุหลาบสีเหลืองดอกนี้ พวกเราทุกคนชอบพี่นะ พี่มั่นใจในตัวเองหน่อย ฉันเชื่อว่าพี่ใหญ่ต้องชอบพี่แน่”
“อีกอย่าง ฉันเชื่อว่าพี่ใหญ่ไม่ใช่คนเห็นแก่ผลประโยชน์หรอก เพราะคุณแม่เองก็ไม่ใช่คนแบบนั้น คุณแม่เป็นคุณนายตระกูลร่ำรวยที่เข้าถึงง่ายที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ ตั้งแต่ฉันเข้ามาอยู่ในบ้าน คุณแม่ไม่เคยพูดจาดูถูกฉันสักคำ”
“เพราะงั้นพี่วางใจได้เลย อยู่ที่นี่อย่างสบายใจเถอะ แบบนี้ดีที่สุดสำหรับตงตงแล้ว”
ซูอวี่ถงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “อืม ตราบใดที่คุณชายลู่ไม่ไล่ฉันไป ฉันก็จะอยู่ดูแลตงตงแน่นอน”
เจียงเหยียนพูดว่า “พี่ใหญ่ไม่มีทางไล่พี่ไปหรอก พี่สะใภ้วางใจได้เลย”
ระหว่างที่กำลังคุยกัน เสียงรถสปอร์ตคำรามก็ดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียว รถก็พุ่งมาจอดตรงหน้าทั้งสองคน
รถสปอร์ตสีชมพูสะดุดตาจนชวนแสบตาคันหนึ่ง
ประตูรถเปิดออก ชายคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูคู่กับกางเกงสแล็กสีขาว แว่นกันแดดสีดำ และก้าวลงจากรถด้วยขายาว ๆ
ชายแต่งตัวฉูดฉาดจำเจียงเหยียนได้ก็รีบถอดแว่นกันแดดออกทันที
เขาชี้หน้าเจียงเหยียนแล้วตะโกน “เจียงเหยียน เธอมาทำอะไรที่นี่? แล้วนี่เธอกำลังทำอะไรอยู่? รู้ไหมว่าดอกไม้พวกนี้เป็นของรักของแม่ฉัน ใครอนุญาตให้พวกเธอมาตัดดอกไม้ที่นี่?”
“พ่อบ้านหลี่ คนในบ้านหายหัวไปไหนกันหมด!”
เสียงตะโกนของเขาทำให้คนในบ้านแตกตื่น
พ่อบ้านหลี่เป็นคนแรกที่วิ่งออกมา “คุณชายสาม กลับมาแล้วหรือครับ”
