เจียงเหยียนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเรื่องของตงตงเด็กคนนั้นยังจัดการไม่เรียบร้อย
【ก่อนหน้านี้มัวแต่คิดหาทางจัดการซูอวี่เวย จนไม่มีเวลาสนใจเด็กน่าสงสารคนนี้】
【อาการพูดไม่ได้ของตงตงเกิดจากการถูกแม่ลูกใจร้ายคู่นั้นของซูอวี่เวยทำร้าย แม่ลูกคู่นั้นมักจะทุบตีและดุด่าตงตง】
【ทุกครั้งที่ทุบตีเด็ก พวกนั้นจะขู่ตงตงว่า ถ้ากล้าร้องไห้ออกมา จะตัดลิ้นทิ้ง】
【นานวันเข้า ตงตงก็ไม่กล้าส่งเสียงอีก】
【ต่อมาเขาพบว่าแค่ไม่ส่งเสียง นั่งเงียบ ๆ ก็จะถูกดุด่าถูกตีน้อยลง จากนั้นก็ค่อย ๆ กลายเป็นเด็กเก็บตัว】
ลู่เฉิงโจวขบกรามแน่น คิดว่าการส่งแม่ลูกคู่นั้นเข้าคุกเป็นการปรานีพวกหล่อนไปมากแล้ว
ควรจะสับพวกหล่อนเป็นชิ้น ๆ ถอนเส้นเอ็น ถลกหนัง แล้วบดกระดูกให้เป็นเถ้าถ่าน!
ฉินอ้าวเสวี่ยรู้สึกเจ็บแปลบในอกเป็นระลอก
เด็กตัวเล็กแค่นั้น แม่ลูกคู่นั้นลงมือทำร้ายได้อย่างไรกัน!
หลานชายคนโตของเธอต้องทนทุกข์มามากขนาดนี้เชียวหรือ!
เธอพยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อขึ้นมา ก่อนเอ่ยเสียงสะอื้นว่า “ฉันไปดูตงตงหน่อย”
“แม่ ให้ฉันไปดีกว่าค่ะ” เจียงเหยียนลุกขึ้นยืน “ฉันรู้สึกว่าตงตงไม่ต่อต้านฉัน ให้ฉันเป็นคนดูแลเขาเถอะค่ะ”
ลู่เฉิงโจวลุกขึ้นตาม “ฉันไปกับเธอ”
ฉินอ้าวเสวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ได้ พวกเธอสองคนไปเถอะ ค่อย ๆ คุยกับเด็ก อย่าทำให้เขาตกใจล่ะ”
เจียงเหยียนตอบว่า “ไม่ต้องห่วงค่ะ แม่รีบไปพักผ่อนเถอะ”
ฉินเจิ้งรีบตามมา “ฉันไปด้วยนะ เด็กคนนั้นอาจมีอาการออทิสติก”
เจียงเหยียนปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณชายฉิน ไปดูแลพี่ใหญ่เถอะ ไว้ดึกหน่อยฉันค่อยไปฝังเข็มให้พี่ใหญ่”
