คุณย่าฟู่ยิ้มพลางปรายตามองถังซิงอวิ๋น “เธอนี่ กลัวว่าคนแก่อย่างย่าจะว่างเกินไปหรือไง?”
ถังซิงอวิ๋นยิ้มตอบ “คุณย่าคะ ออกกำลังกายให้มากหน่อยดีต่อสุขภาพนะคะ”
หลินชิงหย่าที่ถูกกดเอาไว้เริ่มลนลาน ดูเหมือนหญิงชราคนนี้จะไม่ได้แค่ขู่จริง ๆ
เธอคิดว่า ตอนนี้ยอมเสียเปรียบไปก่อนดีกว่า ที่สำคัญคือคุกเข่าอยู่ตรงนี้ดูไม่ดีเลย เธอไม่อยากให้กู้จิ่งสิงเห็นสภาพน่าอับอายแบบนี้
“คุณย่าฟู่ ฉันขอโทษค่ะ” เธอตะโกนเสียงดัง
ทุกคนหันไปมองเธอ
หลินชิงหย่ามองเจียงเหยียนด้วยความเกลียดชัง แต่สีหน้ากลับเสแสร้งทำเป็นจริงใจแล้วพูดว่า
“เจียงเหยียน ฉันยอมรับผลแพ้ชนะ ฉันขอโทษเธอ ฉันไม่ควรสงสัยในฝีมือและความสามารถด้านการแพทย์ของเธอ หวังว่าเธอจะไม่ถือสาฉันอีก”
เจียงเหยียนเหลือบมองคนที่ถูกกดอยู่บนพื้น ก่อนพูดเสียงเรียบ “ฉันรับคำขอโทษ เรื่องนี้จบกันแค่นี้”
คุณย่าฟู่จึงส่งสัญญาณให้คนรับใช้ปล่อยหลินชิงหย่า
“แม่ครับ แนะนำพวกเราให้รู้จักหน่อยสิครับ” ประธานฟู่เอ่ยกับมารดา
คุณย่าฟู่ถึงนึกขึ้นได้ “ดูฉันสิ ลืมเรื่องสำคัญที่สุดไปเสียได้ คนนี้คือคุณนายลู่ เธอช่วยฝังเข็มให้ฉันไม่กี่ครั้งก็รักษาอาการปวดขาเรื้อรังได้แล้ว ต่อไปเธอจะมาฝังเข็มให้ฉันทุกสามวัน”
“แกต้องขอบคุณคุณนายลู่แทนฉันให้ดีนะ ถ้าไม่ได้ฝีมือการแพทย์อันยอดเยี่ยมของเธอ ฉันก็คงยืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้”
ประธานฟู่พยักหน้า “ครับ แม่”
พูดจบ เขาก็หันไปโค้งให้เจียงเหยียนเล็กน้อย “คุณนายลู่ แม่ของผมทรมานจากอาการปวดขาเรื้อรังมาสิบกว่าปี พวกเราเสาะหาหมอเก่ง ๆ ทั่วทุกสารทิศ เชิญหมอชื่อดังมารักษาไม่น้อย แต่ก็ไม่เห็นผล”
“แต่คุณใช้เข็มไม่กี่เล่มก็ช่วยบรรเทาอาการปวดให้แม่ได้ ในนามของครอบครัว ผมขอขอบคุณที่คุณยื่นมือเข้าช่วย ต่อจากนี้คงต้องรบกวนให้คุณช่วยรักษาแม่ต่อ หวังว่าแม่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานเพราะอาการปวดขาเรื้อรังเสียที”
