ทั้งสามคนกลับเข้าไปในป่า
เจียงเลี่ยเดินนำหน้า มุ่งไปอย่างรวดเร็ว
โจวเจิ้งเดินตามหลัง หอบหายใจแฮ่ก ๆ ส่วนเฉินจิ่วซานรั้งท้าย เงียบกริบ สายตากวาดมองป่าสองข้างทางอยู่ตลอด
“เสี่ยวเลี่ย ช้าหน่อย” โจวเจิ้งพิงต้นไม้พักหายใจ “ทำไมเดินเงียบกริบเหมือนแมวป่าเลยล่ะ?”
เจียงเลี่ยหันมายิ้ม “อาโจวเป็นถึงตำรวจสืบสวน แต่แรงแค่นี้เองเหรอครับ”
“ฉันโดนมัดตั้งสามชั่วโมง ทั้งหนาวทั้งตกใจจนขาอ่อน” โจวเจิ้งยิ้มขื่น “ถ้าไม่ได้เธอช่วย ตอนนี้ฉันคงตายไปแล้ว”
เฉินจิ่วซานเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง “อย่าพูด ตั้งใจฟังเสียงรอบตัว”
ทั้งสามเงียบเสียงลง
เจียงเลี่ยอาศัยความทรงจำเดินย้อนกลับไป
หิมะบนทางขึ้นเขาถูกเหยียบจนเละเทะ รถตู้ยังจอดอยู่ที่เดิม ประตูเปิดค้างเหมือนตอนพวกเขาจากไป
“ปืนน่าจะอยู่แถวนั้น” เจียงเลี่ยชี้ไปยังตำแหน่งที่มือปืนยืนอยู่ก่อนหน้านี้ “ผมจำได้ว่าตอนมือเขาถูกยิง ปืนหลุดจากมือกระเด็นไปทางนั้น”
เขาเดินไปยังบริเวณนั้นแล้วนั่งยอง ๆ ก้มลงสำรวจอย่างละเอียด
บนพื้นหิมะมีร่องรอยการดิ้นรน รอยเท้าของมือปืน และรอยเท้าของเขาเอง
“ตรงนี้เป็นจุดที่ยิงปืน” เจียงเลี่ยชี้ตำแหน่งหนึ่ง “ปืนพกตกลงมา น่าจะกลิ้งไปทางขวาด้านหลัง”
เขาเดินไปทางขวาด้านหลังสองสามก้าว ใช้เท้าเขี่ยหิมะค้นหา
เฉินจิ่วซานเข้ามาช่วยหาเช่นกัน
ทั้งสองค้นหาอยู่ห้าหกนาที แต่ก็ไม่พบ
“หรือมือปืนจะย้อนกลับมาเก็บไปแล้ว?” โจวเจิ้งถามอย่างกังวล
“ไม่หรอก” เฉินจิ่วซานส่ายหน้า “เขาวิ่งลงเขา ส่วนพวกเราขึ้นเขา ถ้าเขาวกกลับมาเก็บปืน คงกลับมาเร็วขนาดนี้ไม่ได้”
เจียงเลี่ยไม่พูดอะไร เขานั่งยองอยู่บนหิมะ ดวงตากวาดมองทีละคืบประหนึ่งเครื่องสแกน
ทันใดนั้น เขาก็เห็นหิมะใต้พุ่มไม้ข้างทางมีบริเวณหนึ่งรูปร่างผิดแปลกไป
เขาแหวกกิ่งไม้ออก แล้วก็เห็นปืนนอนอยู่ตรงนั้น
ปืนพกประจำการสีดำขลับเป็นประกาย ปากกระบอกหันลง ครึ่งกระบอกจมอยู่ในหิมะ
“เจอแล้ว”
เจียงเลี่ยกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบ เฉินจิ่วซานก็ห้ามไว้
“อย่าขยับ”
เฉินจิ่วซานล้วงผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋า ใช้มันรองตัวปืนแล้วหยิบขึ้นมา
“อย่าทิ้งรอยนิ้วมือไว้” ชายชราหมุนปืนดูตรงหน้า “รุ่นห้าสิบสี่”
