รุ่งอรุณวันถัดมา
ไช่รวบรวมหญิงหูเสือและเผ่าพันธุ์งูในเผ่าให้มารวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อเห็นเจียงหยางยังไม่ปรากฏตัว จึงจำต้องเดินไปยังเต็นท์ของเขาเพื่อปลุกให้ตื่นมาจัดการงาน
ไม่ต้องคิดให้มาก คนผู้นี้คงหลับสนิทเป็นแน่
แต่นึกถึงเมื่อบ่ายวาน เจียงหยางเหนื่อยล้าถึงเพียงนั้น จะนอนนานขึ้นอีกหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ หากไม่ใช่เพราะทุกคนกำลังรอเขาอยู่ นางก็คงปล่อยให้เจียงหยางนอนจนตื่นเองตามธรรมชาติ
ขณะกำลังคิด นางก็มาถึงหน้าเต็นท์ของเจียงหยาง กำลังจะยกม่านขึ้น ทว่าม่านกลับเปิดออกเองเสียก่อน
เมื่อเห็นอวิ่นปรากฏตัว ไช่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามเสียงแข็ง
“เมื่อคืนหยางไม่ได้บอกหรือว่าเหนื่อยมาก ไม่อยากให้ใครไปรบกวน?”
อวิ่นเห็นไช่ก็ชะงักไปเช่นกัน พอได้ยินคำถามจึงได้สติกลับมา
“ก็เหนื่อยจริงนั่นแหละ แต่ก็ต้องมีคนคอยปรนนิบัติเขาสิ” อวิ่นเห็นไช่แล้วก็ไม่หวาดกลัว นางก้าวเข้าไปจับมือนางไว้ พลางยิ้มกริ่ม “อีกอย่าง ข้าทดลองมาแล้ว หยางเหนื่อยทั้งร่างกายก็จริง แต่บางส่วนของเขาไม่เหนื่อยหรอก!”
“ยิ่งไปกว่านั้น ข้าจะทนให้เขาต้องเหนื่อยได้อย่างไร เมื่อคืนข้าเป็นคน...”
ขณะพูด อวิ่นก็ขยับเข้าไปกระซิบเรื่องส่วนตัวข้างหูแหลมของไช่ พอฟังจบ ใบหน้าของไช่ก็แดงก่ำ จากนั้นดวงตาสีแดงก็จ้องเขม็งไปยังอวิ่น
“เจ้าเล่นแรงเกินไปแล้ว ร่างกายของหยางจะทนไม่ไหวเอา”
“จะทนไม่ไหวได้อย่างไร? หยางมีความสุขจะตาย เจ้ารู้ไหมว่าเมื่อคืนเขาสบายตัวแค่ไหน?”
“ข้าจะเล่าให้ฟัง เอวของเขา... ขาของเขา...”
อวิ่นเล่าเรื่องเมื่อคืนให้นางฟังด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ทว่ายิ่งเล่า นางก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ต่อให้เป็นหลินที่ขี้อาย ก็ยังไม่ถึงกับเป็นเช่นนี้
จากนั้นนางก็นึกขึ้นได้ ดวงตางูกลอกไปมาสองสามครั้ง ก่อนยิ้มถาม
