“อ้าก~!”
เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดแสนสาหัสดังก้องไปทั่วทั้งเผ่าหูจิ้งจอก
สัตว์ร้ายรอบเผ่าหูจิ้งจอกราวกับได้ยินเสียงโหยหวนในเสียงกรีดร้องนั้น ต่างพากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปทุกทิศ กลัวว่าครั้งต่อไปตนเองจะเป็นฝ่ายส่งเสียงเช่นนั้นออกมา
ไป๋กับฮูยาที่ได้ยินเสียงรีบรุดพาคนไปยังที่เกิดเหตุทันที
เมื่อเห็นหูเสือตนนั้นนอนอยู่บนพื้น ศีรษะแหลกเละจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ เลือดและเศษสมองกระจายเกลื่อนรอบกาย ตายจนไม่อาจตายได้อีก
ชาวเผ่าหูจิ้งจอกทุกคนเห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจน ต่างยืนนิ่งอยู่กับที่ กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ
ฮูซูซูเห็นคนในเผ่ามาถึงแล้วต่างยืนอึ้ง จึงเผยรอยยิ้มหวานพลางเอ่ยว่า
“ประมุขเผ่าผู้นี้รักษาคำพูดมากใช่หรือไม่? บอกว่าจะปล่อยเขาไปก็ปล่อยไปจริง ๆ เพียงแต่โชคร้ายที่ประมุขเผ่าผู้นี้จับเขาได้อีกครั้งเท่านั้น”
ใบหน้าของฮูซูซูเปื้อนเลือด ไม่ว่ายิ้มอย่างไรก็ดูน่าสะพรึงกลัว ราวกับฆาตกรโรคจิต
“ใช่แล้ว ประมุขเผ่ารักษาคำพูดที่สุด”
ฮูยารีบก้าวออกมารับบทสนทนา
นับตั้งแต่ฮูซูซูขึ้นเป็นประมุขเผ่า เขาก็ติดตามนางมาโดยตลอด จึงเข้าใจนิสัยของประมุขเผ่าผู้นี้ดีที่สุด
ยามนี้นางยังยิ้มพูดกับเจ้า เจ้าก็ไม่ต้องกังวลอะไร
แต่หากน้ำเสียงของนางเย็นลง หรือเผยรอยยิ้มชวนพิศวงให้เจ้าเห็น
นั่นหมายความว่าไม่ใช่เจ้ากำลังตกอยู่ในอันตราย ก็ต้องมีใครสักคนโชคร้ายแน่!
กล่าวได้ว่านางเป็นคนอารมณ์แปรปรวน เดาใจยากไม่ต่างจากนิสัยประหลาดที่ชอบสะสมก้อนหินของนาง ไม่มีใครคาดเดาความคิดได้เลย
ทว่ามีเพียงเช่นนี้เท่านั้น จึงจะปกครองเผ่าหูจิ้งจอกทั้งหมดได้
นางพาคนในเผ่าก้าวพ้นวันคืนที่ต้องอดอยาก ทำให้จำนวนทารกแรกเกิดในเผ่าเพิ่มขึ้นมาก หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เผ่าหูจิ้งจอกย่อมแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ!
