ในป่าทึบเขียวชอุ่มแห่งหนึ่ง สัตว์รู้แจ้งกลุ่มหนึ่งนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้
เมื่อพินิจดูหอกยาว กระบองกระดูก ดาบกระดูก และอาวุธอื่น ๆ ที่วางอยู่ข้างกาย จะเห็นว่ามีคราบเลือดสีแดงคล้ำเปรอะเปื้อน บางชิ้นยังแดงสดและไม่แห้งสนิท มองปราดเดียวก็รู้ว่าเพิ่งผ่านศึกมาไม่นาน
หูลี่นั่งอยู่บนก้อนหินกลางกลุ่มสัตว์รู้แจ้ง มือปลาหมึกมือหนึ่งกำลังสอดเข้าไปในผ้าพันอกของหญิงหูเสือที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างไม่สำรวม
“อึก!”
หูหลิงในอ้อมแขนผู้มีแววตาพราวระยับ มุมคิ้วและดวงตาเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวน ส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวด
“หมอผี เล็บของท่านจิกหน้าอกข้าแล้ว”
เพราะเจ็บเกินทน หูหลิงจึงเผลอผลักมือของหูลี่ออกไป
หูลี่ที่นั่งอยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ทว่าพริบตาต่อมา แววตาอึมครึมก็ยิ่งมืดหม่น เขาผลักหูหลิงผู้ซึ่งทุกอากัปกิริยาเปี่ยมเสน่ห์ออกอย่างแรง
“อ๊ะ!”
แรงผลักมหาศาลทำให้ร่างอวบอิ่มของหูหลิงเสียหลัก ขาเรียวยาวขาวเนียนมีเนื้อมีหนังใต้กระโปรงหนังสั้นทรุดลงคุกเข่ากับพื้น พร้อมส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ
เสียงร้องหวานเย้ายวนดังขึ้น ดึงดูดสายตาของสัตว์รู้แจ้งชายรอบข้างนับไม่ถ้วน เมื่อเห็นหูหลิงในท่าทางน่าเวทนาเช่นนั้น พวกเขาก็แทบอยากพุ่งเข้าไปปกป้องนาง
โดยเฉพาะพวกหูเสือที่เคยได้สัมผัสเรือนร่างอวบอิ่มของหูหลิง ต่างใจเต้นระส่ำ ทว่าเมื่อเห็นหูลี่ลุกขึ้นยืน ก็รีบข่มความคิดนั้นเอาไว้
หูลี่ลุกขึ้นแล้วเตะเข้าที่ใบหน้าของหูหลิงอย่างแรง
“นังต่ำต้อย เล็บของหมอผีอย่างข้าจิกเจ้าได้ นับเป็นเกียรติของเจ้าแล้ว!”
หูหลิงส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวด ผมเผ้ายุ่งเหยิง นอนคว่ำอยู่บนพื้นจนไม่มีใครมองเห็นใบหน้า
