เที่ยงวัน
ภายในเขตล่าสัตว์ของเผ่าพันธุ์งู
วันนี้ทีมล่าสัตว์ไม่ได้แยกย้ายกันไปตรวจสอบกับดักของแต่ละคนเหมือนเมื่อวาน
พวกเขาตกลงกันแล้วว่าจะไปตรวจดูกับดักของทุกคนพร้อมกันทีละแห่ง เผื่อมีเหยื่อขนาดใหญ่ติดกับดัก จะได้ช่วยกันจัดการ
ไม่เหมือนเมื่อวานที่ใครจับเหยื่อใหญ่ได้แต่จัดการเองไม่ไหว ก็ต้องกลับไปรอคนอื่นใต้ต้นไม้โบราณอายุร้อยปี แล้วค่อยไปช่วยกันฆ่ามัน
การทำเช่นนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้กับดักที่แต่ละคนวางไว้ทำร้ายพวกเดียวกันเองด้วย
ตลอดสามวันที่ผ่านมา พวกเขาวางกับดักไว้ในป่าแห่งนี้มากมายเหลือเกิน
หากวันใดคนของตนเผลอเหยียบเข้า คงเป็นอันตรายไม่น้อย
พวกเขารู้ดีว่ากับดักบางชนิดไม่ได้ถึงกับเอาชีวิต แต่บางชนิดหากเผลอเหยียบเข้าไปก็ต้องตายแน่
อย่างประตูไม้ปลายแหลม หากมีใครเหยียบเข้าไป ประตูไม้ที่อยู่เหนือศีรษะจะร่วงลงมา ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
“อ๊า!”
ขณะที่คนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากทางตะวันออกของป่า
“ทางนั้นมีคน!”
ไป๋หลิงได้ยินเสียงเพียงชั่วพริบตาก็วินิจฉัยออก
นางเป็นหญิงหูเสือ ประสาทการได้ยินย่อมดีกว่าเสอหยานและคนอื่น ๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสอหยานก็รีบนำคนมุ่งหน้าไปยังต้นเสียงทันที
อีกด้านหนึ่ง...
ภายในหลุมกับดัก ไป๋เหอมองกระโปรงหนังสัตว์ที่ถูกไม้แหลมขนาดใหญ่แทงทะลุตรงหว่างขาของตนด้วยความหวาดผวา ลำคอกลืนน้ำลายไม่หยุด หน้าผากมีเหงื่อเย็นผุดพราย
เมื่อครู่เขาเห็นกับตาว่าตนกำลังจะตกลงไปบนไม้แหลม
หากขยับเข้าไปใกล้อีกเพียงนิด เขาคงตายคาที่ ไม่ใช่แค่กระโปรงหนังสัตว์ที่สวมอยู่ถูกแทงทะลุ
“ไป๋เหอ...” ไป๋ซานที่อยู่เหนือหลุมร้องเรียกชื่อลูกชายอย่างร้อนใจ ผ่านไปนานกว่าลูกชายจะได้สติแล้วเงยหน้ามอง “เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”
