“คืนนี้โชคดีที่มีคนอยู่ในเผ่า ไม่เช่นนั้นสตรีในเผ่าคงต้องประสบเคราะห์ร้าย”
“นั่นสิ แต่พวกเราก็ไปล่วงเกินเผ่าหูเสือเข้าแล้ว เกรงว่าชีวิตหลังจากนี้คงไม่ง่ายนัก”
“อย่าไปสนว่าจะล่วงเกินหรือไม่ ประมุขเผ่าบอกไว้แล้วว่า หากใครกล้ารังแกพวกเรา ก็โต้กลับไปทันที!”
หน้าค่ายของเผ่าหูจิ้งจอก หูจิ้งจอกสองตนที่ยืนยามยามค่ำคืนสนทนากันคลายเหงา น้ำเสียงบางคราวหม่นหมอง บางคราวเดือดดาล เปี่ยมไปด้วยอารมณ์
“ข้าก็เห็นด้วยกับหลักการนี้ เพียงแต่ประมุขเผ่าไม่อยู่ในเผ่า หากอยู่ก็ดีสิ บางทีนางอาจได้เห็นท่วงท่าองอาจของข้าที่ฟาดไม้ท่อนเดียวจนหัวหูเสือแหลก แล้วจากนั้นก็เลือกข้าให้สืบทอดเผ่าพันธุ์...”
“ถุย! เจ้าหนุ่ม ไม่ส่องดูเงาตัวเองในน้ำปัสสาวะเสียก่อนเล่า ประมุขเผ่าคือผู้ที่งดงามที่สุดในเผ่า! แล้วต่อไปอย่าพูดเช่นนี้อีก หากฮูชิงได้ยินเข้า เขาทุบหัวเจ้าแหลกแน่!”
พอได้ยินชื่อฮูชิง หูจิ้งจอกตนนั้นก็รีบหุบปาก ดวงตากวาดมองไปรอบด้าน กลัวว่าคำพูดเมื่อครู่จะมีใครได้ยินเข้า
ฮูชิงเป็นหูจิ้งจอกที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าหูจิ้งจอกของพวกเขา ทั้งยังเป็นหัวหน้าทีมล่าสัตว์
ทุกคนในเผ่ารู้ว่าเขาชอบประมุขเผ่า และนิสัยของเขาก็กร้าวร้าวเอาแต่ใจอย่างยิ่ง
หากเขารู้ว่าใครชอบประมุขเผ่า คนผู้นั้นก็ต้องถูกเขาซ้อมสักยก
คำพูดของเขาคือ “ข้ายังเอาชนะไม่ได้ แล้วเจ้ามีคุณสมบัติอะไรจะสืบทอดเผ่าพันธุ์กับประมุขเผ่า”
เพราะเหตุนี้ คนในเผ่าหลายคนที่คิดจะสืบทอดเผ่าพันธุ์กับประมุขเผ่าจึงถูกเขาซ้อม แม้แต่คนที่ผู้อาวุโสจัดให้สืบทอดเผ่าพันธุ์กับประมุขเผ่า เขาก็ยังกล้าลงมือ
