ไตร่ตรองอยู่นาน ไคก็ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่เจียงหยางพูดมีเหตุผล
หากเผ่าพันธุ์งูอยากแข็งแกร่งขึ้น การผูกมิตรกับเผ่าหูจิ้งจอกคือทางเลือกที่ดีที่สุด
ไม่ว่านางจะเกลียดจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่เอาแต่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเพียงใด แต่จำนวนคนที่น้อยนิดก็ยังเป็นปัญหาร้ายแรงที่สุดของเผ่าพันธุ์งู!
เจียงหยางไม่ไปรบกวนไค เมื่อเห็นสมุนไพรอยู่ข้าง ๆ จึงก้มลงเก็บ
บางเรื่องพูดมากพอแล้ว ต้องปล่อยให้อีกฝ่ายคิดจนเข้าใจด้วยตนเอง หากคิดไม่ออก ต่อให้พูดมากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์!
“เจ้าพูดถูก การผูกมิตรกับเผ่าหูจิ้งจอกสำคัญมาก”
ได้ยินเช่นนี้ เจียงหยางก็เผยรอยยิ้มยินดี
“เจ้าเข้าใจได้ก็ดี...”
“แต่ถึงจะผูกมิตรกับเผ่าหูจิ้งจอก เจ้าก็ยังห้ามเข้าใกล้จิ้งจอกตัวนั้นมากเกินไป!”
“ได้ ๆ ข้าจะไม่เข้าใกล้นางมากเกินไป!”
เมื่อเห็นดวงตาเรียวสีแดงฉานคู่นั้นจ้องเขม็งมาอย่างดุดัน เจียงหยางก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี ทั้งสองกำลังคุยกันดี ๆ อยู่แท้ ๆ จะพูดถึงฮูซูซูขึ้นมาทำไมกัน
ทั้งสองเดินอยู่ในป่าทึบ ไม่นานก็เห็นมู่กับคนอื่น ๆ กำลังยืนล้อมพุ่มไม้แห่งหนึ่งพลางมองดูบางอย่าง
เจียงหยางเดินเข้าไปถามด้วยความสงสัย “พวกเจ้ากำลังดูอะไรกัน?”
“หยาง พวกเราพบร่องรอยของหมูป่า แถมยังใหม่มาก พวกเราคิดจะตามรอยไป”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงหยางก็มองลงไปบนพื้น เห็นดินบริเวณโคนพุ่มไม้ถูกขุดขึ้นมาใหม่ ๆ รากไม้ถูกกัดแทะจนขาด ทั้งยังมีรอยเท้าสดใหม่ปรากฏอยู่
จากร่องรอยเหล่านี้ ประกอบกับนิสัยของหมูป่า ก็มีความเป็นไปได้มากว่าเป็นรอยของหมูป่าจริง ๆ
ดูท่าเผ่าพันธุ์งูเหล่านี้จะมีประสบการณ์ล่าสัตว์อย่างโชกโชน!
พวกเขาเดินตามรอยเท้าบนพื้นไปเป็นเวลานาน ยิ่งเข้าใกล้ส่วนลึกของเขตล่าสัตว์มากเท่าใด บรรยากาศก็ยิ่งตึงเครียดขึ้นเท่านั้น
