ไม่นานนัก เมื่อมู่เห็นหุ่นฟางที่ถูกทวนและลูกธนูแทงทะลุจนพรุนไปทั้งตัว ก็อดเผยสีหน้าโล่งอกไม่ได้
โชคดีที่แม่มดฉลาดพอ บังคับให้เขาถอดเกราะหวายออกมาให้หุ่นฟางทดสอบแทน
มิฉะนั้นคนที่ถูกลูกธนูยิงทะลุ ถูกทวนแทงจนเละในตอนนี้ก็คงเป็นเขา!
หลังผ่านการทดสอบมาหลายครั้ง เจียงหยางก็เข้าใจประสิทธิภาพการป้องกันของเกราะหวายอย่างชัดเจน
การป้องกันคมดาบกระดูกฟันนั้นไม่มีปัญหา แม้จะใช้ทวนแทงจากที่เดิมก็ยังพอรับไหว แต่หากเจอทวนขว้างหรือลูกธนู เกราะก็จะถูกเจาะทะลุ
ดังนั้นต่อให้มีเกราะหวาย เวลาออกรบก็ยังต้องพกโล่กันดาบไว้ป้องกันตัวด้วย
พอทดสอบเสร็จ ท้องฟ้าก็ค่อย ๆ มืดลง เจียงหยางจึงเรียกมู่ไปเก็บกวาดสถานที่
ส่วนตนคิดจะไปหาเย่เพื่อรับอาหาร ตั้งใจจะกินให้อิ่มหนำแล้วเข้านอนแต่หัวค่ำ
วันนี้ทำเอาเขาเหนื่อยแทบแย่
ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้หลับตาพักเลยสักครั้ง ตอนบ่ายยังต้องจดจ่อกับการสานเกราะหวาย ใช้สมาธิมากเกินไป ต่อให้เป็นคนเหล็กก็ทนไม่ไหว
เดิมทีคิดว่าจะได้พักผ่อนอย่างสบายใจ ใครจะคิดว่าไป๋หลิงจะรีบร้อนมาหาแล้วร้องเรียก
“แม่มด! หยางซาเกิดเรื่องแล้ว!”
“วิ่งช้าหน่อย มีเรื่องอะไรก็ค่อย ๆ พูด”
เจียงหยางรีบประคองหญิงหูเสือที่วิ่งเข้ามา ทั้งยังนึกไม่ออกว่าหยางซาที่นอนอยู่ทั้งวันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้
หรือว่านางขยับขาได้แล้ว?
หรือหกล้มตอนออกไปทำธุระ?
“แม่มด หยางซาจู่ ๆ ก็ปวดท้อง แล้วตรงนั้นก็มีเลือดไหล!”
เจียงหยางมองไป๋หลิงที่กำลังร้อนรนด้วยความไม่เข้าใจ “ตรงไหนมีเลือดไหล?”
“ก็ตรงนั้นแหละ!” ไป๋หลิงตอบพลางหน้าแดงเล็กน้อย
“ตรงนั้นคือตรงไหน เจ้าต้องพูดให้ชัด ไม่อย่างนั้นข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าหยางซาบาดเจ็บตรงไหนจนเลือดไหล!”
