เสิ่นเจาหยุ่นมองหานเวยอย่างครุ่นคิด
ดูท่านอกจากจะชอบแข่งขันกับคนอื่นแล้ว หานเวยยังมีข้อดีอีกอย่างคือชอบเอาหน้าเกินเหตุด้วย!
ดีเลย เดิมทีเธอยังกังวลอยู่ว่าต่อไปจะหางานให้หานเวยทำเยอะ ๆ ได้ยังไง
“คนของชมรมเปลวเพลิงเอ็กซ์ก็ลงโฆษณาแล้วเหมือนกัน” คุณหวังตัวน้อยตรวจดูโฆษณาทางชมรม ก่อนหันมามองเสิ่นเจาหยุ่น “เสี่ยวอวิ๋น พวกเรามาคุยกันเรื่องโฆษณาที่จะลงพรุ่งนี้หน่อย”
นิ้วของเขาเลื่อนบนจอสมองกล ก่อนฉายภาพขึ้นกลางอากาศ
หานเวยรีบพูดว่า “เก็บเวลานับถอยหลังไว้ ส่วนโฆษณาวันที่สองต้องมีประเด็นให้ถกเถียงกันหน่อย!”
“ยังจะเอาประเด็นอะไรอีก?” เสิ่นเจาหยุ่นเหลือบมองเขา
คำโฆษณาไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือการดึงความสนใจชาวเน็ตเอาไว้ ช่วยซื้อเวลาให้เขาปรับปรุงระบบให้สมบูรณ์
“ว่ามา!” คุณหวังตัวน้อยยื่นจอสมองกลให้เขาตรง ๆ
“ฟังฉันนะ เพิ่มอีกประโยค!” หานเวยรับจอสมองกลไปอย่างตื่นเต้น
“จงใจพุ่งเป้าใส่ตระกูลซูแบบนี้ จะชัดเจนเกินไปไหม?” คุณหวังตัวน้อยมองข้อความโฆษณาที่หานเวยพิมพ์ออกมาอย่างลังเล
“ตระกูลซูเล่นงานฉันแล้วมันไม่ชัดหรือไง?” หานเวยถลึงตาใส่เขา
เขานึกถึงซูหงอวี่ที่ข่มขู่เขาไม่สำเร็จ ก็อยากให้พวกนั้นได้เห็นดีแน่!
เสิ่นเจาหยุ่นตัดสินใจทันที “ลังเลก็แพ้สิ! โครงการของเขา ให้เขาตัดสินใจเอง ส่งไปเลย!”
ขณะเดียวกัน ซูหงอวี่ที่หานเวยหมายหัวไว้ หลังโฆษณาของบรรพบุรุษถูกเผยแพร่ออกไป ก็ถูกลากไปเข้าประชุม
ในห้องประชุมที่มีคนสิบกว่าคน ซูหงอวี่กับซูหลิงจวินถูกประมุขตระกูลซูคนปัจจุบันด่าจนแทบไม่กล้าเงยหน้า
“ซูหลิงจวิน นี่หรือสงครามธุรกิจระดับสูงที่เธอพูดถึง? จำกัดคู่แข่งจนตายด้วยการควบคุมวัตถุดิบเนี่ยนะ?”
