จวงเยว่เจ๋ออดหนีบขาเข้าหากันไม่ได้
เขาขอบอกเลยว่า ไม่ว่าจะตื่นเต้นหรือโมโห ก็ทำเขาลำบากใจทั้งนั้น...
และในตอนนั้นเอง สัตว์อินทรีครามเก้าฟ้าตัวน่ารังเกียจนั่นก็อยากหนีไป มันกลับหันหัวเปลี่ยนทิศ แถมยังเผยจุดละเอียดอ่อนออกมาโต้ง ๆ ยิ่งกว่าเดิม
เขายิ่งลำบากใจเข้าไปใหญ่
“นายลงมือไม่ลงเหรอ? เป็นผู้ชายอย่าอ่อนไหวเกินไปสิ!”
เสิ่นเจาหยุ่นใช้มือข้างเดียวกดปุ่มควบคุมเครื่องยนต์ของยานพาหนะบินได้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงว่า “ถ้าฉันจะซิ่งยานพาหนะบินได้ขึ้นมาละก็ ความเร็วของมันยังเพิ่มได้อีกห้าเท่าเลยนะ”
“อ๊าก...เธอมันปีศาจชัด ๆ!” จวงเยว่เจ๋อกัดฟันเหนี่ยวไก
กระสุนปืนใหญ่พุ่งเข้าใส่จุดละเอียดอ่อนของสัตว์อินทรีครามเก้าฟ้าตัวที่รั้งท้ายอยู่
“โฮก...”
แม้สัตว์อินทรีครามเก้าฟ้าตัวนั้นจะไม่โดนจุดสำคัญ แต่ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของมันกลับถูกหยาม
มันส่งเสียงคำรามลั่น ก่อนพุ่งแซงไปอยู่หน้าสัตว์อินทรีครามเก้าฟ้าอีกตัวอย่างรวดเร็ว
“ตัวที่อยู่ข้างหลังก็ปล่อยให้หนีไปไม่ได้เหมือนกัน ยั่วโมโหมันแล้วโจมตี!” เสิ่นเจาหยุ่นออกคำสั่งต่อ
จวงเยว่เจ๋อพลันพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวก่อนสิ! ทำไมเธอสั่งให้ฉันยิงอยู่คนเดียวล่ะ? แล้วพวกเอ็นพีซีล่ะ? คนยังสู้เอ็นพีซีไม่ได้อีกเหรอ?”
มือที่กำลังควบคุมพวงมาลัยของเสิ่นเจาหยุ่นชะงักไป
แย่แล้ว เธอลืมไปว่ายังมีเอ็นพีซีอยู่ด้วย
เธอถอนหายใจ “นายน่าจะบอกฉันเร็วกว่านี้นะ นายเป็นเพื่อนร่วมทีมฉัน ฉันเป็นห่วงนายก็เป็นสัญชาตญาณอยู่แล้ว”
จวงเยว่เจ๋อสะอื้นออกมาอีกครั้งอย่างอดไม่ไหว
เขากัดฟันพูดว่า “ขอบใจมากนะ! เธอนี่มันปั่นฉันได้อีกจริง ๆ”
ต่อไปถ้าเขาขึ้นยานพาหนะบินได้ของเธออีก เขาก็เป็นหมาแล้ว!
ไม่สิ ต่อไปถ้าเขาเข้าใกล้เธออีก เขาก็เป็นหมาโง่แล้ว!
คำพูดนี้ทำให้เซี่ยซิงอวี่กับจูหยวนเหยาที่ออฟไลน์ไปชั่วคราวอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ทั้งคู่โผล่มาส่งเสียงกันคนละที
พวกเธอสองคนก็หันหัวเปลี่ยนทิศตั้งนานแล้ว กำลังมุ่งหน้าไปยังพื้นที่โล่งในเขตเหมือง
ไม่ว่าจะไปทันหรือไม่ พวกเธอก็ต้องไปช่วยอยู่ดี
ส่วนหลี่เสวี่ยโม่พอเห็นปฏิกิริยาของจวงเยว่เจ๋อ ก็แทบไม่อยากหนีต่อแล้ว
ให้คนของหิมะถล่มรวมตัวจับเธอไปเสียยังดีกว่า
