เสิ่นเจาหยุ่นนั่งเอนกายอยู่ฝั่งตรงข้ามฉื่อฉิน
ใบหน้าผอมเรียวของเธอมีดวงตาหงส์หางเชิดเรียวยาวลุ่มลึก หางตาเฉียงขึ้นเล็กน้อย ชวนให้รู้สึกถึงความเฉียบคมและเฉลียวฉลาด
ผมยาวประบ่าของเธอถูกรวบไว้ข้างหนึ่งอย่างเกียจคร้าน เธอสวมแจ็กเก็ตหนังสีน้ำตาลตัวสั้น พับแขนเสื้อขึ้นลวก ๆ เผยให้เห็นข้อมือเรียวงาม
มือของเธอถือกล่องแก้วใสรูปทรงสี่เหลี่ยมเอาไว้ ภายในมีผลึกรูปข้าวหลามตัดสีแดงใสวาวลอยอยู่ตรงกลาง
เธอเหลือบมองฉื่อฉิน ก่อนแก้คำพูดของเขาเมื่อครู่ว่า “แย่งอะไรล่ะ ต้องเรียกว่าเอามา หยิบมา หรือเก็บมา! พูดเป็นไหมเนี่ย?”
“หึ ๆ ก็จริง... ถึงเจ้าพวกตาแก่จะจองของชิ้นนี้ไว้แล้ว แต่ตอนนี้มันมาอยู่ในมือเรา ก็เป็นของเราแล้ว” ฉื่อฉินมองจอขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่กลางอากาศ แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“จองไว้เหรอ? ขำจะตาย จองแล้วได้ผลหรือไง? ฉันยังจองกระเป๋าสตางค์พวกเขาไว้เลย พวกเขาจะยอมยกให้ฉันไหมล่ะ?” เสิ่นเจาหยุ่นยิ้มเยาะตาม “อยากได้ก็ต้องแข่งกันด้วยฝีมือ ใครคว้ามาได้ก็เป็นของคนนั้น”
“งั้นตกลงตามนี้ วันนี้ฉันลุยเสี่ยงตายไปกับเธอ พอเธอวิจัยเมคาพลังจิตสำเร็จ เครื่องแรกต้องยกให้ฉัน! คราวนี้ห้ามให้คุณหนูเซี่ยหรือหลินจินกวงเด็ดขาด” ฉื่อฉินดับบุหรี่ในมือ
เสิ่นเจาหยุ่นแอบซ่อนกล่องแก้วไว้ ก่อนตอบหนักแน่นว่า “ไม่ได้หรอก วั่นฉินออกทุนสร้างห้องทดลองวิจัยเมคาพลังจิตให้ฉันโดยเฉพาะ ยังไงก็ต้องให้เธอก่อน!
อีกอย่าง ได้ยินว่าสถาบันวิจัยเครื่องจักรคิดค้นอุปกรณ์พลังงานสูงชนิดใหม่ได้แล้ว ฉันต้องไปขอให้เธอช่วยออกทุนด้วย
คราวก่อนนายบอกว่า ที่บ้านเกิดของนาย กุหลาบ 99 ดอกหมายถึงมิตรภาพอันเร่าร้อนและความรู้สึกอันลึกซึ้ง ฉันเลยคิดจะหาผลึกแดงมาสลักเป็นดอกไม้ให้เธอสักดอก”
