เมื่อเห็นรุ่นเริ่มต้นศูนย์ที่เสิ่นเจาหยุ่นควบคุมคุกเข่าล้มลงกับพื้น นักเรียนในสนามฝึกก็ส่งเสียงเยาะเย้ยขึ้นทันที
“ฝีมือห่วยก็คือห่วย แค่หันตัวยังล้มอีกแล้ว!”
“เสิ่นเจาหยุ่นนี่ทำไมไม่ขยับเลย? หรือจะเป็นลมหมดสติอยู่ในหุ่นอีกแล้ว?”
“แต่ว่าเสิ่นเจาหยุ่นครั้งนี้ก็ถือว่าทำท่าสอบเสร็จนะ ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนไล่ออกแล้ว”
“ต้องยกความดีให้อาจารย์หลี่อวิ๋นเทาผู้ใจดีของเรา ที่ลดระดับความยากในการสอบให้เธอ”
......
หลี่อวิ๋นเทาหน้าดำคร่ำเครียดจ้องมองหุ่นรบด้านหน้า เขาก็สงสัยเหมือนกันว่าเจาหยุ่นหมดสติอยู่ในหุ่นอีกแล้ว
เขาพูดอย่างรำคาญใจว่า “เสิ่นเจาหยุ่น เธอคลานออกมาจากหุ่นได้เองไหม?”
เสิ่นเจาหยุ่นพิงหลังกับเบาะนั่ง มองข้อความบนหน้าจอรองอย่างหมดคำพูด
“ระบบกันสะเทือนไฮดรอลิกขาขวาตัวที่สามขัดข้อง ขาขวาใช้งานไม่ได้ รอซ่อมตรวจสอบ!”
พร้อมกันนั้นหุ่นรบรุ่นเริ่มต้นศูนย์ก็ส่งเสียงเตือนดังลั่น
“เตือนนับถอยหลัง: หุ่นรบเสียหายหลายจุด ไม่สามารถทำงานได้ กรุณาผู้ควบคุมเตรียมพร้อมอพยพออกจากห้องควบคุม ระบบกำลังจะปิด ห้า สี่ สาม......”
บ้าเอ๊ย ท่าอู๋ซื่อเยว่เฟยเพิ่งทำได้ครึ่งเดียวหุ่นก็พัง หุ่นรบเสีย
เธอรีบฉวยจังหวะที่หุ่นยังไม่พังสนิท เปิดประตูห้องควบคุม
เป็นไปตามคาด พอประตูห้องควบคุมเปิด แหล่งแสงทั้งหมดภายในก็ดับลงทันที
เสิ่นเจาหยุ่นยืนอยู่หน้าประตูห้องควบคุม อดถอนหายใจไม่ได้
เงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดีกับหลี่อวิ๋นเทาหน้าดำ เธอพูดอย่างใจเย็นว่า “ฉันต้องเปลี่ยนหุ่นรบใหม่เพื่อสอบไหม?”
เมื่อครู่เสียงเตือนอพยพของหุ่นรบรุ่นเริ่มต้นศูนย์ คนข้างนอกก็ได้ยินกันหมดแล้ว
หลี่อวิ๋นเทาเงียบไปครู่หนึ่ง ถึงเอ่ยว่า “ช่างเถอะ เธอทำให้ทุกคนเสียเวลามากเกินไปแล้ว เธอเองก็ถือว่าทำข้อสอบที่ฉันให้ผ่านแล้ว คะแนนสอบครั้งนี้ถือว่าผ่านเกณฑ์ ไม่ต้อง......”
“ให้ขั้นดีเยี่ยม!” ไป๋จิ้งเหยาขัดจังหวะ
หลี่อวิ๋นเทามองเธออย่างฉงน
ผู้รับผิดชอบหลักในการสอบครั้งนี้คือตัวเขาเอง วันนี้มีนักเรียนสอบไปมากมาย ไป๋จิ้งเหยาไม่เคยคัดค้านคะแนนที่เขาให้เลย
ไป๋จิ้งเหยายืนกรานว่า “นั่นมันท่าอู๋ซื่อเยว่เฟย สมควรได้คะแนนขั้นดีเยี่ยม!”
ถ้าเสิ่นเจาหยุ่นเป็นนักเรียนชั้นสูง แค่ทำท่าอู๋ซื่อเยว่เฟยได้ครึ่งๆ กลางๆ ไป๋จิ้งเหยาก็คงไม่คัดค้านคะแนนที่หลี่อวิ๋นเทาประเมินหรอก
แต่นี่เสิ่นเจาหยุ่นเป็นแค่น้องใหม่ที่เพิ่งหัดควบคุมหุ่นรบมาสองเดือนเองนะ!
จะมีน้องใหม่สักกี่คนที่มองแก่นแท้ของท่าอู๋ซื่อเยว่เฟยออกภายในสองเดือน?
เสิ่นเจาหยุ่นแค่มีสัญชาตญาณและความทุ่มเท ก็คู่ควรกับคะแนนขั้นดีเยี่ยมแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ท่าอู๋ซื่อเยว่เฟยของเสิ่นเจาหยุ่นทำไม่สำเร็จ ก็เพราะหุ่นรบเกิดขัดข้อง
ไป๋จิ้งเหยาชื่นชมคนฉลาด
แม้ตอนนี้สมรรถภาพทางกายของเสิ่นเจาหยุ่นจะแย่ที่สุดในบรรดานักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งปีนี้ เธอก็มองเสิ่นเจาหยุ่นในแง่ดี
“ให้ขั้นดีเยี่ยมเถอะ! การจับถือ การกระโดด การหันตัวของเธอ ถือว่าทำสำเร็จหมดแล้ว!” ผู้คุมสอบอีกคน จูรุ่ย วิเคราะห์อย่างเป็นกลาง
เมื่อผู้คุมสอบสองคนพูดแบบนี้ หลี่อวิ๋นเทาก็เห็นด้วย
เขาหันไปมองเสิ่นเจาหยุ่น “สอบครั้งนี้ เธอได้คะแนนขั้นดีเยี่ยม”
สิ้นคำพูดของหลี่อวิ๋นเทา เสิ่นเจาหยุ่นยังไม่ทันได้ตอบสนองอะไร นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงไม่พอใจดังเซ็งแซ่
“หุ่นที่เธอใช้ยังล้มคุกเข่าอยู่เลย แล้วทำไมเธอถึงได้คะแนนขั้นดีเยี่ยม? วันนี้สอบทั้งวัน ก็ได้ขั้นดีเยี่ยมไม่ถึงสิบคน”
“หวงเนี่ยนโจว ปกติผลงานเด่นมาก วันนี้ใช้หุ่นรบ แค่ตัวเอียงสองที ยังได้แค่ขั้นดีเอง แล้วทำไมเสิ่นเจาหยุ่นถึงได้ขั้นดีเยี่ยม?”
“งั้นผมก็ขอขั้นดีเยี่ยมบ้าง ได้ขั้นดีเยี่ยมมันเพิ่มเครดิตได้ตั้งสิบหน่วยนะ!”
......
หลี่อวิ๋นเทาลุกขึ้นอย่างหัวเสีย จ้องมองพวกนักเรียนที่เอะอะโวยวาย “ฉันเป็นผู้คุมสอบ หรือพวกเธอเป็นผู้คุมสอบ? เก่งนัก งั้นอาจารย์อย่างฉันให้พวกเธอเป็นแทนไหม?
พวกเธอรู้จักท่าอู๋ซื่อเยว่เฟยไหม? ถ้าพวกเธอตั้งใจค้นคว้าความรู้การควบคุมหุ่นรบให้มากกว่านี้ ฉันก็ให้ขั้นดีเยี่ยมพวกเธอได้!
ใครไม่พอใจอีก เข้ามาหาฉัน ฉันจะให้โอกาสสอบใหม่!”
พวกนักเรียนชั้นสูงที่ยืนดูมานานพากันหัวเราะลั่น
พวกน้องๆ น้องใหม่นี่ดูท่าจะไม่เคยผ่านประสบการณ์ถูกอาจารย์ในสถาบันฝึกปรือกันเลยนะ!
พวกนักศึกษาปีหนึ่งที่เอะอะ พอได้ยินว่าจะให้สอบใหม่ ก็ก้มหน้างุดๆ คล้ายนกกระทาทันที
ล้อเล่นน่า ไม่มีนักเรียนคนไหนชอบสอบหรอก
อย่าว่าแต่ผู้คุมสอบคือหลี่อวิ๋นเทาหน้าดำที่สุดเลย
ทุกคนไม่กล้าขัดขืนอาจารย์ ได้แต่จ้องเสิ่นเจาหยุ่นด้วยสายตาโกรธแค้น
เสิ่นเจาหยุ่นรับสายตาของเด็กๆ เหล่านั้น ก็อดขำไม่ได้
เมื่อก่อนเธอก็เคยอบรมนักเรียนแบบนี้!
พอเสิ่นเจาหยุ่นยิ้ม หลี่อวิ๋นเทาก็หันความสนใจกลับมาที่เธออีกครั้ง
หลี่อวิ๋นเทารักษาสีหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบเดิมไม่เปลี่ยน สายตากวาดไปยังหุ่นรบรุ่นเริ่มต้นศูนย์ที่หยุดทำงานสนิท “เสิ่นเจาหยุ่น หุ่นรบตัวนี้ตั้งไว้ที่นี่เดิมทีมีไว้จัดแสดง แต่เธอทำให้มันพังหนักขึ้น เธอต้องชดใช้ค่าเสียหาย!”
“หา? ฉันต้องจ่ายค่าเสียหาย?” เสิ่นเจาหยุ่นอึ้งไปเลย!
ไป๋จิ้งเหยามองเสิ่นเจาหยุ่นด้วยสีหน้าเห็นใจ “ใช่ เธอต้องจ่ายค่าเสียหาย! ลืมกฎข้อแรกของข้อบังคับสหพันธ์วิทยาลัยแล้วหรือไง?
ห้ามเปิดใช้หุ่นรบรุ่นเริ่มต้นศูนย์ที่จัดแสดงในสนามฝึกโดยไม่จำเป็น หากหุ่นรบเสียหายต้องจ่ายค่าชดเชยในราคาสูง!
กฎข้อนี้เขียนโดยอธิการบดีผู้ก่อตั้งสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่ง และมีมาตั้งแต่วันแรกที่สร้างสถาบัน”
เสิ่นเจาหยุ่นรักษาความสงบไม่ได้แล้ว
ใครคืออธิการบดีคนแรกของสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่ง?
เธอนึกย้อนดูประวัติสถาบันในสมองอย่างรวดเร็ว
ตอนนั้นเอง จูรุ่ยที่อยู่ข้างๆ ก็หัวเราะร่วนพลางเล่าเหมือนเล่าตำนานว่า “ได้ยินว่าหุ่นรบตัวนี้เป็นของที่เสิ่นเจาหยุ่น ผู้วางรากฐานหุ่นรบเคยใช้ ตอนนั้นหลินจินกวง อธิการบดีคนแรกของเรา ทั้งแย่งทั้งงอแง ถึงแย่งหุ่นรบตัวนี้มาจากมือคนดังในประวัติศาสตร์หลายคน”
ในหัวของเสิ่นเจาหยุ่นปรากฏภาพร่างขาวอวบอ้วนผุดขึ้นมาทันที……
บ้าเอ๊ย ไม่นึกเลยว่าจะเป็นฝีมือของไอ้เด็กเหลือขอหลินจินกวงนั่น
ไป๋จิ้งเหยาที่อยู่ข้างๆ ก็เสริมว่า “ในประวัติศาสตร์นอกตำรามีบันทึกว่า ราชาหุ่นรบเสิ่นเจาหยุ่นสัญญาว่าหลังสงครามต่อต้านสิ้นสุด จะยกหุ่นรบให้อธิการบดีหลิน
เพราะอธิการบดีหลินรับปากเสิ่นเจาหยุ่นว่าจะนำหุ่นรบไปไว้ที่สนามฝึก ให้เด็กๆ ในสหพันธ์ได้ชื่นชมศึกษา
แล้วตอนนั้นยังย้ำนักหนาว่าต้องไว้ที่สนามฝึกสิบแปด โดยบอกว่าวางที่นี่คนเยอะ เลขความเป็นมงคลดี เรียกทรัพย์ได้
ฉันว่าประวัติศาสตร์นอกตำราไม่น่าเชื่อถือ ผู้วางรากฐานหุ่นรบของเราไม่น่าจะมีเลศนัยแบบนั้น
แต่ว่าช่วงแรกที่สร้างสถาบัน อธิการบดีหลินยังอาศัยหุ่นรบตัวนี้ หลอกนักเรียนให้เข้าเรียนได้ไม่น้อยเลยนะ!
น่าเสียดายที่ตอนนี้สถาบันเราตกต่ำ แม้จะมีชื่อเสียงของเสิ่นเจาหยุ่นหนุนหลัง ก็ไม่มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนหลายร้อยปีก่อนแล้ว
อ้าว ฉันเพิ่งสังเกตว่าเสิ่นเจาหยุ่น ชื่อของเธอกับผู้วางรากฐานหุ่นรบเหมือนกันเลยนะ งั้นเธอกับหุ่นรบตัวนี้ถือว่ามีวาสนาต่อกัน”
เสิ่นเจาหยุ่นอดไม่ได้ที่มุมปากจะกระตุก
งั้นก็คือ หลินจินกวงหลอกเธอ หรือเธอหลอกตัวเองกันแน่?
แต่แรกเธอก็ไม่ควรเชื่อคำหว่านล้อมของไอ้หลินจินกวงจอมประจบสอพลอนั่น ตกลงจะยกหุ่นรบให้เขา
ตอนนั้นคนที่มาขอหุ่นรบตัวนี้จากเธอก็เยอะ แต่มันเป็นหลินจินกวงนี่แหละที่ต่อมพูดดีที่สุด
ปกติดวงการเงินของเธอไม่ดี ไอ้หลินจินกวงนั่นหาหนังสือหลอกๆ พาให้เธออ่าน
ในหนังสือบอกว่า คนแบบเธอที่เก็บเงินไม่อยู่ เงินรั่ว ต้องเสริมคลังทรัพย์
ทำความดี บริจาคทานเยอะๆ ก็จะเสริมคลังทรัพย์ได้
การที่เธอบริจาคหุ่นรบรุ่นเริ่มต้นให้โรงเรียนที่เขาสร้างฟรี ก็คือการทำความดี
พอโรงเรียนเปิด เขาก็จะเอาหุ่นรบรุ่นเริ่มต้นไว้ที่สนามฝึกหมายเลขสิบแปดของโรงเรียน ทุกครั้งที่ช่วยเหลือนักเรียน บุญและทรัพย์ของเธอก็จะเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วน
แน่นอนว่าที่สำคัญคือ หลินจินกวงยังบอกว่าการเก็บหุ่นรบไว้ในพิพิธภัณฑ์ สู้เอามาไว้ที่โรงเรียน ให้มันทำประโยชน์ได้มากกว่าไม่ได้
เขารับประกันว่าหุ่นรบที่ตั้งไว้ในสถาบันจะไม่เป็นแค่ของตั้งโชว์ จะให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสได้สัมผัสกับหุ่นรบตัวนี้
มองตอนนี้ หลินจินกวงไม่ได้ทำให้ความเชื่อใจของเธอต้องผิดหวัง หุ่นรบยังถูกเก็บไว้อย่างดีในสนามฝึก!
แต่คลังทรัพย์ของเธอมันเสริมไปถึงไหนกันแล้ว?