หลังเสิ่นเจาหยุ่นพูดจบ ก็เห็นคุณหวังตัวน้อยส่ายหน้าเสียอย่างนั้น
ให้ตายเถอะ! แผนที่เธอคิดไว้ออกจะดี เขายังกล้าส่ายหน้าอีกเหรอ?
เธอถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า “ไม่มั้ง ไม่มั้ง...”
“คุณหวังตัวน้อย คุณอ่านหนังสือการขายมาสารพัด ศึกษากลยุทธ์การขายมาตั้งมากมายไม่ใช่หรือไง
แล้วนี่คุณยังไม่เห็นด้วยกับแผนสมบูรณ์แบบของฉันอีกเหรอ?”
“แบบนี้...ไม่ค่อยดีมั้ง หลอกคนดู...”
คุณหวังตัวน้อยนั่งอยู่บนโซฟาในห้องทำงาน นิ้วโป้งทั้งสองข้างเกี่ยวกันไปมาอย่างกลัดกลุ้ม
เสิ่นเจาหยุ่นตบโต๊ะดังปัง “คุณหวังตัวน้อย ฉันสงสัยมาตลอดว่าเทคนิคการขายที่คุณสอนฉันมันมีปัญหา
ตอนนี้ในที่สุดฉันก็รู้แล้วว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
คุณไม่ไหวจริง ๆ ไม่ไหวเลยสักนิด!
เรียนจากคุณ คุณพาฉันลงเหวชัด ๆ”
จวงเยว่เจ๋อกับคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ ต่างพากันมายืนหลังเก้าอี้ของเสิ่นเจาหยุ่น อยากเห็นหน้าคุณหวังตัวน้อยที่เสี่ยวอวิ๋นตำหนิด้วยความเจ็บปวดใจ แถมย้ำว่าไม่ไหวถึงสองครั้ง
ส่วนคุณหวังตัวน้อยที่ถูกตัดสินว่าไม่ไหว แน่นอนว่าย่อมรับคำพูดแบบนี้ไม่ได้
เขากำลังจะอธิบายแก้ต่างให้ตัวเองสักสองสามคำ เสิ่นเจาหยุ่นก็ยกมือขึ้นห้าม ปิดทางคำแก้ตัวไร้สาระของเขาไว้หมด
เธอว่า “หนังสือ“ศิลปะการสื่อสารเพื่อยอดขายหลักล้านต่อปี”ที่คุณส่งให้ฉัน คุณเคยศึกษาไหม?
ท่องคำคมหลักแหลมในนั้นอย่างจริงจังหรือเปล่า?”
คุณหวังตัวน้อยถึงกับพูดไม่ออก จุกอยู่ในอก
หนังสือห่วย ๆ นั่นเขาแค่ค้นเจอในอินเทอร์เน็ตแบบสุ่ม ๆ เอาไว้ใช้ถ่วงเวลาเสิ่นเจาหยุ่นเท่านั้น
ใครจะไปว่างศึกษาอะไรไร้สาระแบบนั้นกัน
เสิ่นเจาหยุ่นเชิดหน้าขึ้น พูดเสียงดังว่า “ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าคุณไม่ไหว! ฉันท่องหนังสือเล่มนั้นได้ทั้งเล่มแล้ว”
