“เสี่ยวอวิ๋น...”
ติงเฉิงยวี่นั่งเกาหัวอยู่ในเมคา แต่พูดต่อไม่ออก
เขารู้เลยว่าต้องแย่แน่
หลิวจวิ้นฉีเป็นคนเสแสร้ง รักหน้าตาเป็นที่สุด งานนี้ได้ระเบิดอารมณ์แน่
เป็นอย่างที่คิด วินาทีถัดมา หลิวจวิ้นฉีก็ผลักประตูห้องนักบินออกแล้วกระโดดลงมา
สีหน้าเขาเขียวคล้ำ “คอยดูเถอะว่าฉันจะจัดการแกยังไง!”
“ตูม!”
“ตูม!”
“ตูม!”
......
เสียงดังต่อเนื่องหลายครั้ง ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว
ฝุ่นคลุ้งไปทั่ว อนุภาคเล็ก ๆ ลอยว่อนอยู่ในลำแสง เศษหินร่วงกราวลงมาจากเหนือศีรษะ กระแทกเกราะเมคาดังเคร้งคร้าง
หลิวจวิ้นฉีโงนเงนไปมาตามแรงสั่นสะเทือน ก่อนจะล้มกระแทกผนังถ้ำข้าง ๆ เข้าอย่างจัง
เมคาของจี้เสี่ยวตี๋ยื่นมือออกมาคว้าตัวเขาไว้ “แย่แล้ว! เกิดเรื่องขึ้น!”
“ระเบิด!” ติงเฉิงยวี่ขมวดคิ้ว มือกำคันบังคับแน่น
“แรงสั่นสะเทือนมาจากเขตซี! ส่วนเราอยู่เขตเอฟ” เสิ่นเจาหยุ่นมองข้อความแจ้งเตือนที่กะพริบขึ้นบนจอขนาดใหญ่ในเมคาไม่หยุด
“เขตซีเหรอ? นั่นเป็นเขตที่ชมรมคมดาบน้ำค้างแข็งรับผิดชอบนี่! ให้ตายสิ!” เซี่ยซิงอวี่ปิดปากด้วยความตกใจ
เสียงระเบิดยังดังมาไม่หยุด ทรายกับหินร่วงใส่หัวหลิวจวิ้นฉีอย่างต่อเนื่อง
เศษหินบนพื้นกองสูงขึ้นครึ่งเมตร ทุกคนต้องบังคับเมคาขยับตำแหน่งไปเรื่อย ๆ ถึงจะไม่ถูกฝังทั้งเป็น
“เขตดีแล้ว” เสิ่นเจาหยุ่นขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเนิบ “สัตว์ประหลาดที่พวกคุณเฝ้ารอมาแล้วไง”
ทุกคนพร้อมใจกันพูดไม่ออก
ใครมันจะไปอยากเจอสัตว์ประหลาดกัน มีใครใจคอพิกลถึงขั้นเฝ้ารอพวกมันด้วยเหรอ
