“พี่ ไม่ต้องพูดกับเธอให้เสียเวลา ลุยเลย!” ติงเว่ยเหมิงตะโกนตรง ๆ
ไม่ใช่ว่าติงเว่ยเหมิงไม่กล้าลงมือ แต่พี่ชายชอบหาว่าเธอใจร้อน จึงบอกว่าเขายังไม่อนุญาตก็ห้ามผลีผลาม
“เอ๊ะ พวกเธอเอาจริงขนาดนั้นเลยเหรอ... ฉันอุตส่าห์มาหาด้วยความจริงใจเต็มเปี่ยมเพื่อชวนร่วมมือ พวกเธอมีเมคาตั้งห้าเครื่อง ยังกลัวฉันที่มีแค่เครื่องเดียวอีกเหรอ?”
เสิ่นเจาหยุ่นส่ายหน้า
จอสมองกลของเธอสั่นหลายครั้ง เซี่ยไป๋เตรียมอุปกรณ์ดัดแปลงเมคาไว้พร้อมแล้ว ต้องการให้เธอรีบไปหา
ไปแล้ว ไปหาเพื่อนที่สถาบันจักรวรรดิเล่นดีกว่า
“ที่หนึ่งกับที่สองจากท้ายในปีก่อน ๆ จะร่วมมือกันไปทำไม? ผลัดกันเป็นที่โหล่หรือไง?” ติงเว่ยเหมิงโพล่งออกมา
เปลือกตาติงเว่ยเหนียนกระตุก เขามองเมคาของน้องสาวอย่างลึกล้ำ
เพื่อนร่วมทีมจากสถาบันร่วมไซ่หานอีกหลายคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกจุกอกขึ้นมาพร้อมกัน
ถึงจะเป็นเรื่องจริงก็อย่าพูดออกมาจากปากพวกเดียวกันสิ
อีกอย่าง เมื่อกี้พวกเขาเพิ่งเจอสถาบันร่วมซวงเซิ่ง ดูท่าจะได้ตีกันอีกแล้ว โอกาสคว้าอันดับสามจากท้ายก็ใช่ว่าจะไม่มี
มุมปากเสิ่นเจาหยุ่นกระตุก ทีมที่รู้ตัวดีขนาดนี้ทำเอาความอยากโฆษณาของเธอลดฮวบ
เธอมองเมคาหลายเครื่องตรงหน้า “ถ้าจะตกปลา ก็ต้องล่อปลาให้มารวมกันก่อน ไม่ล่อปลาแล้วจะตกอะไร?”
“ล่อปลา? ต้องทำยังไง?” ติงเว่ยเหมิงมองผิวน้ำอย่างสงสัย
พวกเขายืนคิดกันอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้วว่าจะล่อหมึกยักษ์หนวดดูดออกมาได้ยังไง
“ลองใช้โซนาร์ แสงไฟ แล้วก็เหยื่อล่อปลา ดูสิ วิธีไหนก็ลองให้หมด เอ๊ะ ไม่เชื่อฉันก็ไปถามคนจากสถาบันร่วมซวงเซิ่งดูก็ได้!” เสิ่นเจาหยุ่นหวังอยู่เหมือนกันว่าคะแนนของสถาบันร่วมไซ่หานจะนำหน้าสถาบันจักรวรรดิกับวิทยาลัยอังโกลัว
จอสมองกลในกระเป๋าสั่น เสิ่นเจาหยุ่นไม่คิดจะพูดต่อให้มากความ เธอบังคับเมคาออกไปทันที
