ทางเสิ่นเจาหยุ่นหยุดฝีเท้า คนอื่น ๆ ก็พากันหยุดตาม
ทุกคนหันไปมองเธอ คิดว่าเธอคงมีแผนพิสดารอะไรอีกแล้ว
เสิ่นเจาหยุ่นเอียงคอมองไปข้างหน้า นิ้วมือบีบตัวล็อกเมคาโดยไม่รู้ตัว
หลานเวยอวี่ยืนอยู่ข้างเสิ่นเจาหยุ่น ก่อนเอ่ยถามว่า “จะรอให้พวกเขาสู้กันจนจบแล้วค่อยออกไปเหรอ?”
“รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทีหลัง?” โจวป๋ออันรับมุกต่อ เสียงเบาลงไปหลายระดับ
หลี่เสวี่ยโม่กำหมัดด้วย “จะกำจัดสองสถาบันพร้อมกันเลยไหม?”
เสิ่นเจาหยุ่นส่ายหน้า ถอนหายใจ “พวกเธอนี่นิสัยเสียกันเหลือเกิน! ฉันดูเลวร้ายขนาดที่พวกเธอคิดเลยหรือไง?”
“หา?”
“แค่ก ๆ ๆ...”
บางคนสำลัก บางคนตกใจ สรุปแล้วทุกคนต่างยอมแพ้ให้กับความหน้าหนาไร้เทียมทานของเสิ่นเจาหยุ่น
เสิ่นเจาหยุ่นกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสา “ฉันแค่กำลังคิดว่าเจ้าของเสียงร้องโหยหวนขนาดนั้นชื่ออะไร”
หลินชิงกุมขมับ “ฉันยอมเธอจริง ๆ!”
อุตส่าห์ระแวดระวังกันเสียตั้งหลายตลบ คิดว่าเสิ่นเจาหยุ่นมีแผนใหม่อีกแล้ว
ที่แท้ก็แค่ไม่รู้จักคนเขา!
หลี่เสวี่ยโม่พูดเสียงเบา “เอาจริง ๆ ฉันก็ไม่รู้จักเหมือนกัน”
โจวป๋ออันมองป่าชายเลนที่สูงเสียดฟ้า สีหน้ายังสับสนอยู่บ้าง
บรรพบุรุษนี่แปลกไปแล้ว!
หลานเวยอวี่นวดหว่างคิ้ว ก่อนตอบว่า “น่าจะเป็นลู่ทิงหลานจากวิทยาลัยสหพันธ์ศักดิ์สิทธิ์น้ำค้างแข็ง”
จังหวะนั้นเอง เสียงหัวเราะเยาะของซูฉีอู๋ก็ดังขึ้น
“พวกเราจะแย่งของจากพวกเธอแล้วมันผิดตรงไหน? ในเมื่อร่วมมือกับสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่ง ก็ต้องเตรียมใจไว้ด้วยว่าจะถูกสถาบันจักรวรรดิจัดการ!”
