ระหว่างที่เสียงบรรยายดังขึ้น เสิ่นเจาหยุ่นกับคนอื่น ๆ มองดูโลงศพของเหล่าวีรชนที่คลุมด้วยธงสหพันธ์ ค่อย ๆ ถูกเข็นขึ้นยานอวกาศ
กล้องกวาดผ่านชื่อทีละชื่อ ผ่านใบหน้าอ่อนเยาว์ที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มในภาพถ่ายขาวดำ ซึ่งกลายเป็นภาพสุดท้ายของพวกเขา...
เซี่ยวั่นฉินกับเพื่อนร่วมกองร้อย 302 ยืนตรงอย่างเคร่งขรึม ถอดหมวกแล้วทำความเคารพ
“ที่แท้นี่ก็คือแผนที่ ‘อินทรีปรากฏ’ เหรอ? สำหรับพวกเรา มันเป็นเวลาแค่สามชั่วโมงสั้น ๆ แต่สำหรับพวกเขา กลับเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต” จวงเยว่เจ๋อพึมพำ
คนที่เคยติดต่อด้วยเหล่านั้น ไม่ใช่แค่เอ็นพีซีธรรมดาอีกต่อไปแล้ว
เซี่ยซิงอวี่อดสูดจมูกไม่ได้ “บางคนอายุเท่าฉันเลย พวกเขาน่าจะยังเรียนหนังสืออยู่แท้ ๆ...”
จวงเยว่เจ๋อพยักหน้า “บรรพชนเซี่ย พวกเราเห็นแล้ว พวกเราทุกคนจะจดจำพวกเขาไว้ บรรพชนฉื่อไม่ได้หลอกเอาเงินคุณไปเปล่า ๆ”
“ใช่แล้ว! คนรุ่นหลังทุกคนจะจดจำพวกเขา” เสิ่นเจาหยุ่นยิ้มอย่างปลื้มใจ
ฉื่อฉินนาน ๆ ทีจะทำเรื่องเป็นเรื่องกับเขาสักครั้ง
ความพยายามของทุกคนไม่ได้สูญเปล่า และจะไม่มีวันสูญเปล่า
เมื่อเสียงบรรยายจบลง ภาพก็ค่อย ๆ เลือนหาย เสิ่นเจาหยุ่นกับคนอื่น ๆ ถูกเตะออกจากแผนที่พร้อมกัน
............
ขณะที่เสิ่นเจาหยุ่นกับพวกกำลังชมภาพ ผู้ชมบนเน็ตดาวกลับไม่ได้รับชมอะไรดี ๆ แบบนั้น
บางทีฉื่อฉินอาจยังพอมีศักดิ์ศรีอยู่บ้าง เลยไม่ได้เผยภาพที่เขาถูกเซี่ยวั่นฉินทุบจนดังปัง ๆ ให้คนภายนอกเห็น
สิ่งที่ผู้ชมบนเน็ตดาวได้เห็นคือขั้นตอนที่เซี่ยวั่นฉินกับสมาชิกกองร้อย 302 ร่วมกันบริจาคเงินให้เขา รวมถึงพิธีส่งเหล่าวีรชนในตอนท้าย
