ติงเว่ยเหนียนพูดอย่างงุนงงว่า “แต่เมื่อกี้พวกเขาก็วิ่งไปทางนี้ไม่ใช่เหรอ”
เพื่อนร่วมทีมอีกคนของสถาบันจักรวรรดิรีบแย้งทันที “ถึงหัวหน้าทีมเราจะไว้ใจไม่ได้ แต่ก็ยังมีคนจากวิทยาลัยอังโกลัวอยู่ด้วยนะ! คนอังโกลัวจะโง่ตามไปด้วยหรือไง? บรรพบุรุษมีอยู่คนเดียว คุ้มไหมที่จะให้พวกเขาสละเมคาถึงเจ็ดเครื่อง? เด็กอนุบาลยังคิดบัญชีนี้ออกเลย”
“นั่นสิ! บางทีอาจวิ่งไปที่อื่นแล้วก็ได้ บรรพบุรุษเจ้าเล่ห์จะตาย รอพายุแม่เหล็กไฟฟ้าจบก่อนแล้วค่อยหาเถอะ!”
เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งจากวิทยาลัยอังโกลัวมองพายุทรายที่โหมกระหน่ำอยู่เบื้องหน้า แววตาเต็มไปด้วยความยำเกรง
ส่วนผู้ชมในช่องแสดงความคิดเห็นก็ได้แต่มองลมพัดฝุ่นตลบไปพร้อมกับคนกลุ่มนี้ พลางถอนหายใจอย่างจนปัญญา
ถึงผู้จัดจะเตรียมอุปกรณ์ถ่ายทำที่ทันสมัยที่สุดมาให้ แต่ก็ทนการทำลายล้างของพายุแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ไหวอยู่ดี
ดังนั้นทันทีที่พายุแม่เหล็กไฟฟ้าเริ่มขึ้น กล้องบินของผู้จัดก็พากันนอนแผ่ไม่ต่างจากเมคาหลายเครื่องนั้น
ผู้ชมถ่ายทอดสดมองเห็นเหตุการณ์จากมุมสูง พอได้ยินคำพูดของติงเว่ยเหมิงกับคนอื่น ๆ ก็ได้แต่จนปัญญาเหมือนกัน
[ฉันก็จนปัญญาเหมือนกัน! ปกติคนจากระบบดาวศูนย์กลางอย่างพวกเราไม่วิ่งเข้ากลางพายุหรอก แต่วันนี้คนที่อยู่ในนั้นคือไอ้ตัวถ่วงแห่งจักรวรรดิ เมื่อก่อนจ้าวจงอวี่เป็นดาวรุ่งของจักรวรรดิในสายตาฉัน แต่ตั้งแต่วันนี้ไป ฉันขอเรียกเขาว่าไอ้ตัวถ่วงแห่งจักรวรรดิแล้วกัน (ระบบดาวศูนย์กลาง)]
[ปกติไอ้ตัวถ่วงแห่งจักรวรรดิก็ไม่ถึงกับโง่หรอก แต่บรรพบุรุษดันเอาตัวเองลงมาเป็นเหยื่อล่อ พาทุกคนตกหลุมพรางไปด้วยกันน่ะสิ (ระบบดาวซวงเสีย)]
