จางปิงเป็นพวกพูดตรง ๆ เขาตะโกนเสียงดังว่า “บรรพบุรุษ เธอเปลี่ยนใจแล้วเหรอ? โดนอาจารย์เกลี้ยกล่อมจนหันไปเข้าพวกแล้วหรือไง?”
“บรรพบุรุษ แบบนี้ไม่ไหวนะ!” โจวป๋ออันตะโกนตาม
ทั้งสองคนกลัวจริง ๆ ว่าบรรพบุรุษจะถูกซื้อตัว แล้วหันมาเล่นงานพวกเขา
ก็ใครใช้ให้เมื่อครู่พวกเขาก่อเรื่องกันสนุกที่สุดล่ะ
เซี่ยซิงอวี่หันขวับมากำหมัดขู่ “พวกนายว่าอะไรนะ? เดี๋ยวเจอกันบนเวทีประลอง!”
เสิ่นเจาหยุ่นหรี่ตาลงเล็กน้อย ใช้นิ้วชี้กวาดไปทางพวกตัวป่วนกลุ่มนั้นอย่างหนักแน่น
นักเรียนด้านล่างพลันสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน
หลี่เสวี่ยโม่ดึงแขนเซี่ยซิงอวี่ “เงียบ!”
เสิ่นเจาหยุ่นพยักหน้าอย่างพอใจ “ฉันเคยรับปากพวกเธอว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้ ไม่มีทางผิดคำพูดแน่ ตอนนี้ฉันจะมอบสิทธิ์ในการเลือกให้พวกเธอ ฉันอยากบอกทุกคนว่า เราจะไม่ทำตัวไร้เหตุผลเรียกร้องเอาแต่ใจ เราต่อสู้เพื่อสิทธิของเราเพราะมีสิ่งที่ควรค่าแก่การต่อสู้ และเรามีอนาคตที่ดีกว่าให้เลือก!”
เสียงของเสิ่นเจาหยุ่นไม่ได้ดังมาก แต่ทุกคนในที่นั้นได้ยินชัดเจน
สายลมพัดมาจากทางอาคารเรียนเก่าคร่ำคร่า พัดเส้นผมเหนือหน้าผากของเธอให้ปลิวไหว เธอไม่ได้สนใจ เพียงมองใบหน้าที่เงยขึ้นมาทีละใบจากเบื้องล่าง
เหยียนจื่อกวงพยักหน้า ขอบตาร้อนผ่าวเล็กน้อย จอสมองกลในมือที่ยกอยู่หันไปจับภาพเสิ่นเจาหยุ่นโดยไม่รู้ตัว
ที่เขาขอย้ายตำแหน่ง ก็เพราะหวังให้นักเรียนเหล่านี้มีอนาคตที่ดีกว่าไม่ใช่หรือ?
คำพูดของเจาหยุ่นแทงใจเขาอีกแล้ว
หม่าหลินกับบรรดาอาจารย์คนอื่น ๆ พยักหน้ารัว ๆ แบบนี้สิถึงจะเรียกว่านักเรียนที่ดี!
