เสิ่นเจาหยุ่นลูบผม เงยหน้าขึ้น กระแอมเบา ๆ ก่อนเอ่ยว่า “พวกคุณยกยอฉันเกินไปแล้ว ดวงซวยอย่างฉันเนี่ย จะไม่จับได้ใบสัญญากู้หนี้ได้ยังไง?”
พูดจบ เธอก็อดฉีกยิ้มไม่ได้
พอเห็นท่าทางแบบนั้น ทุกคนก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่
หลี่เสวี่ยโม่พูดตรง ๆ ว่า “ฉันไม่เชื่อ!”
เสิ่นเจาหยุ่นเท้าเอว “ความน่าเชื่อถือของฉันต่ำขนาดนั้นเลยหรือไง?”
คนอื่น ๆ พยักหน้าก็ฝืนใจเกินไป แต่จะส่ายหน้าก็ทำไม่ลง
สุดท้ายจึงได้แต่เงียบมองเธอ
เสิ่นเจาหยุ่นจ้องพวกเขา ตาเบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
คนอื่น ๆ เบือนหน้าหนีอย่างดื้อดึง เพื่อเลี่ยงไม่ให้สบตาเธอ
บรรยากาศพลันแข็งค้าง
“เอาให้ดูเลย เอาให้ดู!” เสิ่นเจาหยุ่นถลึงตาใส่พวกเขา แล้วยื่นจอสมองกลให้ “ฉันเป็นหนี้เสิ่นเจาหยุ่นกับทายาทของเธออยู่แปดสิบล้านเหรียญดาราเชียวนะ แปดสิบล้าน! หนี้เท่ากับที่เพื่อนร่วมชั้นเสี่ยวเจ๋อติดไว้เลย”
เสิ่นเจาหยุ่นเน้นคำว่าแปดสิบล้านเหรียญดาราเป็นพิเศษ
“ฉื่อฉินถึงกับติดหนี้เงินของบรรพชนเสิ่นด้วยเหรอ?” จูหยวนเหยาอดถามไม่ได้
“บรรพชนเสิ่นมีเงินแปดสิบล้านเหรียญดาราอยู่ในกระเป๋าด้วยเหรอ?” เซี่ยซิงอวี่พยายามนึกถึงบันทึกของตระกูล
เธอจำได้ว่าเสิ่นเจาหยุ่นต่างหากที่ชอบเขียนใบกู้หนี้ให้คนอื่นไม่ใช่หรือไง
เสิ่นเจาหยุ่นอดเหลือบมองเซี่ยซิงอวี่ไม่ได้
ยัยนี่ทำไมชอบพูดแต่ความจริงนักนะ
แต่ความแสบของฉื่อฉินก็อยู่ตรงนี้แหละ
เธอเคยเห็นคนออกเช็คเด้ง แต่ไม่เคยเห็นคนออกใบกู้หนี้ปลอมมาก่อน
ชาติที่แล้วเธอยังจนกว่าฉื่อฉินเสียอีก เงินซื้อวัสดุทำการทดลองก็ได้จากทุกคนช่วยกันสนับสนุน
