เหอทั้วขมวดคิ้ว “การแข่งขันประลองบนเวทีใกล้จบแล้ว มาประเมินสภาพร่างกายของทุกคนอีกสักรอบเถอะ”
เขายังคงเชื่อในการตัดสินใจของตัวเอง
“ผู้อำนวยการ อย่าเปลี่ยนเรื่องสิครับ มาคุยเรื่องเงินกันต่อดีกว่า ในเมื่อห้องทดลองห่วย ๆ ของซุนเจียโย่วไม่ขยายแล้ว เงินที่เหลือก็ต้องจัดสรรให้เอกการต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์ของพวกเราหมดเลยใช่ไหมครับ?”
ไป๋จิ้นซีกวาดนิ้วทีหนึ่ง ภาพการแข่งขันประลองบนเวทีของเซี่ยซิงอวี่ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
เขาพูดต่อว่า “ผมเห็นว่าอาวุธของเซี่ยซิงอวี่กับหลี่เสวี่ยโม่ดัดแปลงได้ไม่เลวเลย ทั้งคู่ให้สถาบันวิจัยจู่จงดัดแปลง ผมคิดว่าจะเชิญสถาบันวิจัยจู่จงมาดัดแปลงเมคาของผู้เข้าแข่งขัน”
เหอทั้วเหลือบมองเขา “สาขาการผลิตเมคาต้องใช้เงินก้อนนั้นเปลี่ยนอุปกรณ์ประจำสาขา”
คำพูดของเหอทั้วไม่ได้พูดปัดไป๋จิ้นซี
หลังจากกวนมู่เฉิงไปดูงานที่สถาบันวิจัยจู่จง พอกลับมาก็บอกเขาว่า หากอยากตามความต้องการของสถาบันวิจัยจู่จงให้ทัน ก็ต้องเพิ่มการฝึกภาคปฏิบัติให้กับนักศึกษา
ในเมื่อจะเน้นภาคปฏิบัติ อุปกรณ์ที่วิทยาลัยมีอยู่ตอนนี้ก็ไม่พอใช้
อุปกรณ์เก่าต้องเปลี่ยน ส่วนที่ขาดก็ต้องซื้อเพิ่ม
ไป๋จิ้นซีกระตุกคิ้ว “ตอนนี้ทางเราต่างหากที่ขาดแคลนที่สุดไม่ใช่หรือครับ!”
“แน่ใจนะว่าจะมอบงานดัดแปลงเมคาครั้งนี้ให้จู่จง ไม่ให้ครูในวิทยาลัยทำ และไม่เชิญปรมาจารย์จากตระกูลซูมาช่วยแล้ว?” เหอทั้วมองไป๋จิ้นซีอย่างจริงจัง
เขาคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าไป๋จิ้นซีจะเชื่อใจสถาบันวิจัยจู่จงขนาดนี้
ในงานแข่งรวมหลายสถาบัน นอกจากนักศึกษาจะสำคัญแล้ว เมคาก็สำคัญไม่แพ้กัน
“ครูในวิทยาลัยของเราต่างเห็นด้วยที่จะมอบให้สถาบันวิจัยจู่จงครับ” ไป๋จิ้นซีจ้องเหอทั้วแล้วตอบอย่างหนักแน่น
