เสิ่นเจาหยุ่นรู้จักเคารพครูบาอาจารย์มาแต่ไหนแต่ไร เธอลุกขึ้นเดินไปหาเหยียนจื่อกวง “อาจารย์ เบื่อแล้วหรือคะ?”
“ฉันจะเบื่ออะไร ตอนนี้มีงานสำคัญต้องทำ!” เหยียนจื่อกวงเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ แต่มือกลับนิ่งมาก ภาพที่จอสมองกลถ่ายไว้นั้นไม่สั่นเลยสักนิด
“ก็ได้ค่ะ!” เสิ่นเจาหยุ่นชักเท้ากลับอย่างเสียดาย ดูท่าเธอคงต้องกลับไปทำงานต่อ
จู่ ๆ เมคาที่ติงเฉิงยวี่กำลังขับก็ทำท่าหมุนตัวกลับหลังครั้งใหญ่ ก่อนจะนอนแผ่ลงกับพื้น
ติงเฉิงยวี่ที่นั่งอยู่ข้างในเหงื่อท่วมตัว เขาถอดอุปกรณ์ควบคุมออกแล้วหันไปตะโกนด้านนอก “จู่ ๆ ฉันก็เหนื่อยมาก ฝืนต่อไม่ไหวแล้ว”
เสิ่นเจาหยุ่นยกจอสมองกลขึ้นมา คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย เวลาผ่านไป 41 นาที
ใกล้เคียงกับที่เธอคาดไว้
ฟางเยว่ลุกขึ้นเรียกติงเฉิงยวี่ “หัวหน้าทีม พลังจิตน่าจะหมดแล้วครับ ผมเตรียมยาพลังจิตไว้ให้พวกคุณแล้ว”
“หัวหน้าทีม พักเสร็จแล้วเดี๋ยวรบกวนขึ้นไปลองเครื่องทดลองหมายเลขสองอีกทีนะคะ” เสิ่นเจาหยุ่นพูดกับติงเฉิงยวี่จบก็หันไปมองหลี่เสวี่ยโม่กับจูหยวนเหยา “พวกเธอคนใดคนหนึ่งไปลองขับเมคาที่หัวหน้าทีมเพิ่งขับดูหน่อย”
พูดจบเธอกำลังจะหันกลับไปยังอุปกรณ์ตัวเดิม เหยียนจื่อกวงก็ทำตาเป็นประกาย รีบร้องเรียก “เดี๋ยวก่อน...เสี่ยวอวิ๋น ช่วยอาจารย์หน่อย!”
เสิ่นเจาหยุ่นถามอย่างสงสัย “มีอะไรคะ?”
“ไปยืนข้างเมคาเครื่องแรกก่อน” เหยียนจื่อกวงชี้ไปยังเมคาทดลองหมายเลขหนึ่งที่ยังไม่ได้เปิดเครื่อง
