“ศิษย์พี่ติง ลุยต่อเลย! บอกพวกสำนักไร้คุณธรรมให้รู้ซะว่าอะไรคือฝีมือ!” จงเจิ้งหงยืนอยู่ข้างโจวป๋ออัน
เขาเอาเก้าอี้มารองยืน เชิดหน้าขึ้นสูง ท่าทางองอาจไม่แพ้โจวป๋ออันที่ยืนข้าง ๆ เลยสักนิด
แค่สีรอบดวงตาซ้ายดูแปลก ๆ ไปหน่อย คล้ายทาอายแชโดว์สีรอยช้ำ แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่กระทบความหล่อของเขาแม้แต่น้อย
โจวป๋ออันหันขวับ “นายต่างหากที่ไร้คุณธรรม ทั้งครอบครัวนายก็ไร้คุณธรรม!”
จงเจิ้งหงหน้าคล้ำ “ปากดีนักใช่ไหม? รอแข่งจบก่อนเถอะ แล้วค่อยคิดบัญชีกัน”
ทั้งสองหันไปมองเวทีพร้อมกัน
เมื่อกี้เพิ่งตีกันไปยกหนึ่งเอง รออีกเดี๋ยวก็ได้
บนเวที เมคาทั้งสี่กลับไปยืนประจำตำแหน่งมุมทั้งสี่อีกครั้ง
แต่คราวนี้ทั้งสี่คนไม่มีใครสงบเลย ต่างคนต่างตะโกนข่มขวัญอีกฝ่ายกันอย่างเมามัน
“เซี่ยซิงอวี่ ถ้ายังทำอะไรมั่วซั่วอีก เดี๋ยวฉันคัดเธอออกก่อนเลย!” ดาบสั้นที่แขนซ้ายของฉินเลี่ยแกว่งไปมาไม่หยุด เดี๋ยวเล็งไปทางเสิ่นเจาหยุ่นที่อยู่ตรงข้าม เดี๋ยวชี้ไปทางเซี่ยซิงอวี่ที่อยู่มุมทแยง แล้วก็หันไปทางติงฉีซิวที่อยู่ข้าง ๆ อีก
“ก็เข้ามาสิ! เสี่ยวอวิ๋น เรามาช่วยกันคัดฉินเลี่ยออกก่อน!” เซี่ยซิงอวี่ไม่เคยยอมกล้ำกลืนความอัปยศ ทวนยาวในมือชี้ฟ้าชี้ดิน แล้วก็ชี้หน้าฉินเลี่ย
เสิ่นเจาหยุ่นจ้องเมคาสีฟ้าอ่อนที่อยู่ตรงมุมทแยง กัดฟันพูดว่า “ไม่! พวกนายช่วยกันอัดติงฉีซิวตกเวทีก่อนเลย ฉันสู้กับพวกนายสองคนได้!”
