“ฉันจำได้ว่าตาเฒ่าเหยียนไม่ได้ให้ฉันท่องแค่สิบบทนะ!” เซี่ยซิงอวี่รีบเถียง ก่อนยืนยันเสียงหนักแน่นว่า “ทั้งหมดมีสิบหกบท!”
ตอนนี้เธอจำเนื้อหาของบทกวีเหล่านั้นไม่ได้แล้ว แต่เธอจำได้แม่นว่าต้องทุกข์ทรมานเพราะบทกวีพวกนั้นมากี่ครั้ง
เหยียนจื่อกวงก้มหน้าลง เขียนคำตอบลงบนกระดาษอย่างหนักแน่นเช่นกัน — สิบหก!
ข้อเมื่อครู่นี้เขาตอบถูก
ส่วนคำถามข้อนี้ ยิ่งมั่นใจชนิดตอบได้หลับตา
ภายในแผนที่ เสิ่นเจาหยุ่นจ้องฉื่อฉินเขม็งด้วยจิตสังหาร ก่อนเค้นคำพูดลอดไรฟันออกมา “ไม่มีสักบท!”
“ฮ่า ๆ ๆ... ตอบถูกแล้ว! จำไว้ให้ดี บทกวีทุกบทที่เสิ่นเจาหยุ่นเขียน ล้วนเป็นผลงานของกวีผู้ยิ่งใหญ่อย่างฉื่อฉินทั้งนั้น” ฉื่อฉินยังหัวเราะหน้าด้าน ๆ
รอยแยกบนประตูขยายกว้างขึ้นอีกครั้ง
ด้านนอกแผนที่ เหยียนจื่อกวงเบิกตาค้าง “ผม... ผมตอบผิดเหรอ? ผมท่องประวัติของเสิ่นเจาหยุ่นได้ขึ้นใจ ทั้งยังอ่านบันทึกความทรงจำที่เฉียนซานเฉียงเขียนจนคล่อง ทำไมยังผิดอีกล่ะ? มันถูกต้องตรงไหน? ไม่ถูกเลยสักนิด!”
เขากุมศีรษะ ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน
จู่ ๆ เขาก็นึกเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ “แย่แล้ว! เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในการสอน! เฉลยข้อสอบปลายภาคผิด! ผมควรทำยังไงดี?”
ก่อนหน้านี้เขาสอนแบบนั้นมาตลอด แต่ตอนนี้เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์กลับเปลี่ยนไปแล้ว
แล้วข้อสอบที่เขาตรวจแก้ไปก่อนหน้านี้จะจัดการยังไงดี?
ส่วนคนอื่น ๆ ในแผนที่ต่างมองเสิ่นเจาหยุ่นด้วยความตกตะลึง
