“ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว เวลาเจออันตรายเธอนี่พึ่งพาได้สุด ๆ แต่พอไม่มีอันตราย เธอกลับเป็นต้นตออันตรายซะเอง!” จวงเยว่เจ๋อกระดิกขา หลับตา แล้วตะโกนจากก้นบึ้งของหัวใจ
เสิ่นเจาหยุ่นได้ยินคำพูดของจวงเยว่เจ๋อผ่านหูฟัง ก็ยอมรับอย่างยินดี
เมื่อ 300 ปีก่อน เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเคยได้ยินคำพูดทำนองนี้มากี่ครั้งแล้ว
เธอไม่เคยนึกเลยว่าเพื่อนเสี่ยวเจ๋อจะคิดว่าเธอพึ่งพาได้...
เธอเนี่ยนะพึ่งพาได้?
คำชมนี้สูงส่งไม่เบาเลยแฮะ!
เธอตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า “ขอบใจที่ชม ว่าแต่ตกลงจะกระโดดไหมล่ะ?
ถ้าไม่กระโดดตอนนี้ ยานพาหนะบินได้ก็จะระเบิดแล้วนะ อยากชิงออกจากระบบก่อนกำหนดหรือไง?
เอ็นพีซีกระโดดลงไปหมดแล้ว!”
“พระเจ้า แม้แต่เอ็นพีซีก็หายวับไปในพริบตา” จวงเยว่เจ๋อหันกลับไปมอง แล้วพบว่าบนยานพาหนะบินได้เหลือเขานั่งอยู่คนเดียว
เอ็นพีซีหนีไปหมดแล้ว!
เปลวไฟบนยานพาหนะบินได้ลามเข้ามาข้างในแล้วด้วย
เสิ่นเจาหยุ่นปรับทิศทางลงจอด แล้วหันหน้าเข้าหายานพาหนะบินได้ที่อยู่บนฟ้า
เธอประสานมือไว้หลังศีรษะ พูดเสียงเนือยว่า “ขอเตือนอีกครั้งนะ ยานพาหนะบินได้จะระเบิดแล้ว! ห้า!”
“เธอนับถอยหลังอะไรอยู่?” จวงเยว่เจ๋อเกาะขอบหน้าต่าง มองทิวทัศน์เบื้องล่าง
อาการกลัวความสูงของเขากำเริบแล้ว
“เธอบอกว่ายานพาหนะบินได้จะระเบิด กำลังเร่งนายอยู่น่ะ” หลี่เสวี่ยโม่แทรกขึ้นมาเบา ๆ
“สี่!” เสิ่นเจาหยุ่นนับถอยหลังต่อ
“ถ้านายออกจากแผนที่ นายก็จะชิงออกจากระบบก่อนกำหนดนะ” หลี่เสวี่ยโม่ยุ่งจนตาแทบไม่พอใช้แล้ว!
เธอทั้งเสียดายถ้าพลาดภาพสมาชิกหลายคนของหิมะถล่มรวมตัวสู้กับสัตว์อินทรีครามเก้าฟ้าอย่างทุลักทุเล ทั้งยังอยากดูยานพาหนะบินได้ที่กำลังจะระเบิดบนฟ้า
