ติงเฉิงยวี่ตาแดงก่ำ กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาว
“มดทองประกายยังพอจัดการได้ แต่สัตว์ประหลาดสายพันธุ์ใหม่นี่รับมือยากหน่อย พวกมันยังขยายตัวเติบโตไม่หยุด ตอนนี้เรายังไม่มีประสบการณ์รับมือกับสัตว์ประหลาดแบบนี้ ตามขั้นตอนปกติแล้วคงต้อง...”
คุณหวังตัวน้อยรู้สึกได้ว่าบรรยากาศไม่ชอบมาพากล แต่หาเสี่ยวอวิ๋นไม่เจอ ในใจก็ร้อนรน
เขาบิดมือไปมา “เสี่ยวอวิ๋นล่ะ? เสี่ยวอวิ๋นของเราคงไม่ได้เจอสัตว์ประหลาดพวกนี้ด้วยใช่ไหม?”
จู่ ๆ เซี่ยซิงอวี่ก็ยกจอสมองกลขึ้นมาร้องไห้โฮ “เสี่ยวอวิ๋น? เธออยู่ไหน? คนจากชมรมกุหลาบ... ฮือ ๆ...”
“หา?” คุณหวังตัวน้อยเบิกตากว้าง “ใช้จอสมองกลได้เหรอ? ไหนบอกว่าในอุโมงค์เหมืองสัญญาณไม่ดีไง?”
แล้วเมื่อกี้ทำไมเขาไม่ติดต่อหาเสี่ยวอวิ๋นล่ะ?
เซี่ยซิงอวี่ไม่สนใจเขา ร้องไห้ใส่จอสมองกลต่อ “ฮือ ๆ... เสี่ยวอวิ๋น เธอมีวิธีช่วยพวกเธอไหม? พวกเราเจอสัตว์ประหลาดสายพันธุ์ใหม่ พี่เสี่ยวเวยเกิดเรื่อง หัวหน้าทีมใจสลายไปแล้ว!”
“พี่เสี่ยวเวยบอกว่าไม่ชอบฟังเรื่องเหลียงซานป๋อกับจู้ยินไถที่พวกเราเล่า!” จวงเยว่เจ๋อก็โน้มตัวเข้ามาข้างจอสมองกล
เขาจับแขนเซี่ยซิงอวี่ แล้วหันกล้องไปทางหัวหน้าทีมเล็กน้อย
พอดิบพอดี ภาพหัวหน้าทีมติงเฉิงยวี่ที่ดูเศร้ารันทดราวกับวิญญาณหลุดลอยก็ปรากฏให้เสิ่นเจาหยุ่นที่อยู่อีกฝั่งเห็น
“สัตว์ประหลาดสายพันธุ์ใหม่อะไร?” เสิ่นเจาหยุ่นจัดเก็บแมลงกับซากสัตว์ประหลาดที่รวบรวมมาได้ลงกล่องปิดผนึก
เธอกับหลี่เสวี่ยโม่สำรวจทางเดินเหมืองหลายสายของเขตร้างจนทั่วแล้ว
เธอกับหลี่เสวี่ยโม่ล่าสัตว์ประหลาดในแถบนี้จนหมดเกลี้ยง
