เฟิงเหยากับจี้อวี้เชียนสบตากัน ใบหน้าดำคล้ำไปหมด!
พอถูกเสิ่นเจาหยุ่นชมแบบนี้ ทั้งคู่ไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด กลับรู้สึกอัดอั้นไม่ต่างจากลู่ทิงหลาน!
เพื่อหาคำตอบเรื่องระบบนำทาง พวกเขาถึงกับรื้อเครื่องควบคุมกลางออกมา มือเปื้อนคราบน้ำมันกันหมด สรุปว่าวิ่งวุ่นกันตั้งนาน ที่แท้ก็ไม่เกี่ยวกับเรือยนต์ แต่เป็นเพราะมีคนเปลี่ยนป้ายบอกทิศทาง
เพราะป้ายบอกทิศทางเฮงซวยนี่แท้ ๆ ภารกิจระดับ B ที่เดิมทีง่ายแสนง่ายถึงได้ทำให้พวกเขาต้องไปตีกับคนของสถาบันจักรวรรดิบนเกาะปะการังนั่น
“พวกเธอยังมีหน้ามาภูมิใจอีกหรือไง?” ลู่ทิงหลานตบพนักเก้าอี้ “ทำเรื่องเลวทรามขนาดนี้ ยังไม่รู้สึกผิดสักนิดเลยหรือ? ทำให้พวกเราหลงทางยังไม่พอ ยังทำให้ฉันโดนเว่ยสวินด่าตลอดทางอีก รู้บ้างไหม?”
มือที่เว่ยสวินประคองรูปปั้นอยู่สั่นวูบ เสียงก๊อบดังขึ้น รูปปั้นองค์หลักของเขาร่วงลงพื้นเสียแล้ว
แย่แล้ว เขาใส่ร้ายลู่ทิงหลานไป
เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ไม่ใช่สิ ขอพระองค์โปรดอภัย เขาไม่ได้ตั้งใจทำรูปปั้นองค์หลักตกพื้นนะ
เสิ่นเจาหยุ่นเท้าเอว “ทำไมจะภูมิใจไม่ได้ล่ะ? พวกเธอไม่ควรภูมิใจที่พวกพ้องของเราแข็งแกร่งหรือไง?”
นี่เป็นเวลาที่ต้องแสดงฝีมือ เธอจะต้องรู้สึกผิดไปทำไม?
ระหว่างทีมที่เป็นตัวถ่วงกับทีมที่พึ่งพาได้ ต้องเลือกทีมไหน ยังต้องถามอีกหรือ?
คนของวิทยาลัยสหพันธ์ศักดิ์สิทธิ์น้ำค้างแข็งพากันรู้สึกจุกอก
ให้ตายเถอะ ที่เธอพูดก็มีเหตุผลดีเหลือเกิน แต่ถ้าตอนแรกวิทยาลัยสหพันธ์ศักดิ์สิทธิ์น้ำค้างแข็งของพวกเขาไม่ได้โดนหลอกเสียก่อน คงน่าเชื่อกว่านี้อีก!
คนของสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งได้ฟังแล้วก็คิดว่ามีเหตุผลจริง ๆ!
