เว่ยสวินหัวเราะตาม “ถ้าพูดแบบนั้น แล้วจะมีคนซื้อจริง ๆ เหรอ?”
“ทำไมจะขายไม่ออกล่ะ? ฉันยังไม่ได้เริ่มสาธิตโครงสร้างผลิตภัณฑ์เลยนะ!” เสิ่นเจาหยุ่นพับแขนเสื้อขึ้น แล้วไปนั่งข้างช่างผลิตเมคาสองคนของตัวเอง
ข้างตัวทั้งคู่มีเครื่องมือกองพะเนินอยู่แล้ว
ส่วนช่างผลิตเมคาสองคนอย่างจี้อวี้เชียนกับเฟิงเหยาจากวิทยาลัยสหพันธ์ศักดิ์สิทธิ์น้ำค้างแข็ง ซึ่งอยู่ตรงตำแหน่งคนขับ ถ้าไม่ใช่เพราะลู่ทิงหลานกดดันให้พวกเขาจัดการเรื่องระบบนำทาง ป่านนี้คงเข้ามามุงด้วยแล้ว
ก็เมคาซีรีส์ใหม่ล่าสุดของซูไหลเท่ออย่างพิโรธคลื่นคลั่ง ใครเป็นช่างผลิตเมคาจะไม่อยากรู้อยากเห็นบ้างล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น โจวป๋ออันที่เพิ่งทำเศษชิ้นส่วนเสียหายไปเมื่อครู่ ก็กำลังตื๊อให้พวกเขาช่วยล้างมลทินให้ตัวเองอยู่ด้วย
“เป็นไงบ้าง? เปราะกว่าเมคาของจงเจิ้งหงเมื่อก่อนใช่ไหม?”
เซี่ยไป๋ปัดหัวโจวป๋ออันออกไป ก่อนหยิบเศษชิ้นส่วนที่อีกฝ่ายทำพังขึ้นมา แล้วคว้าจอสมองกลออกมา
เขานั่งลงกับพื้น ใช้เวอร์เนียวัดความหนาของรอยแตก จากนั้นก็ใช้จอสมองกลสแกนหน้าตัดของโลหะ
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “เปลือกหุ้มขาของพิโรธคลื่นคลั่งระบุค่าความแข็งไว้ที่มาตรฐานสูงสุดของเมคาระดับ SSในสหพันธ์ แต่ที่ฉันวัดได้จริงมีแค่ 84% ของค่าที่ระบุไว้ บริเวณรอยแตกมีร่องรอยความล้าของโลหะอย่างชัดเจน”
หลังงานแถลงขอบคุณที่จัตุรัสกลางเมื่อวาน วิดีโอประชาสัมพันธ์ของพิโรธคลื่นคลั่งก็แพร่กระจายไปทั่วสหพันธ์ พร้อมข้อมูลข้อดีด้านสมรรถนะต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด
นอกจากเป็นนักศึกษาของสถาบันสหพันธ์แล้ว เซี่ยไป๋ยังเป็นเจ้าหน้าที่ของจู่จงด้วย เมื่อคืนเขาจึงได้รับรายงานวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์คู่แข่งที่หานเวยและคนอื่น ๆ จากสถาบันวิจัยรวบรวมไว้
