“หลิวจวิ้นฉี ไม่เจอกันนานเลยนะ”กู้ชิงเวยพูดด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่มีท่าทีอยากทักทายตามมารยาทแม้แต่น้อย
“เธอก็มาที่นี่เพราะเหมืองใหม่เหมือนกันหรือ? น่าเสียดายที่ผู้เชี่ยวชาญของตระกูลซูตรวจสอบไปแล้ว นี่มันของปลอม…”
ตอนนั้นเอง ติงเฉิงยวี่ก้าวเข้ามา หลิวจวิ้นฉีเห็นหน้าเขาพอดี คำพูดที่เหลือจึงกลืนกลับลงคอไปหมด
เขาเผยสีหน้าเยาะเย้ย “อ้อ ที่แท้ก็วิ่งมาถึงที่กันดารแบบนี้เพราะหมอนี่นี่เอง เรียนจบกันมาตั้งกี่ปีแล้ว ดูเหมือนพวกนายจะไม่ก้าวหน้าเลยสักนิด”
ติงเฉิงยวี่หน้าเครียดขึ้น “นายเองก็น่ารำคาญไม่ต่างกัน”
กู้ชิงเวยมองหลิวจวิ้นฉีอย่างระแวดระวัง
“ให้ตายเถอะ นี่มันความสัมพันธ์อะไรกัน? ศัตรูหัวใจของหัวหน้าทีมเหรอ?”เซี่ยซิงอวี่เบิกตากว้าง สายตาสลับไปมาระหว่างคนทั้งสามที่ยืนเป็นรูปสามเหลี่ยม
“หรือว่าเขารักเธอ เธอรักเขา เขาเกลียดเขา สุดท้ายเธอก็เลยเกลียดเขาไปด้วย?”จวงเยว่เจ๋อกระซิบข้างหูเซี่ยซิงอวี่
เขาดูละครรักสามเส้ามาไม่น้อย คนสามคนตรงหน้าชัด ๆ เลยว่ากำลังเล่นบทความสัมพันธ์สามเส้า!
เซี่ยซิงอวี่พยักหน้ารัว “ใช่เลย! ต่อจากนี้คงดราม่าค้างคาใจ แล้วกลายเป็นเกลียดเพราะรักแน่ ๆ!”
“จะเข้าเขตเหมืองกันหรือยัง? ชมรมมือแห่งจักรวรรดิของพวกคุณนี่ไม่รู้จักดูเวลาเลยจริง ๆ! ผู้ใหญ่ที่บ้านไม่เคยสอนหรือไงว่าต้องตรงต่อเวลา? ปล่อยให้คนตั้งมากมายรอ แล้วยังไม่ขอโทษก็ว่าไปอย่าง ยังมีหน้ามาว่าคนอื่นอีกเหรอ?”เสิ่นเจาหยุ่นเดินเข้าไปอย่างเกียจคร้าน
เยี่ยมเลย จากสามเส้ากลายเป็นสี่เส้าในพริบตา!
“ใช่! ตอนนี้เลยเวลานัดหมายของภารกิจมาแล้วครึ่งชั่วโมงนะ!”เซี่ยซิงอวี่ชูจอสมองกลขึ้นพูดทันที
คนจากชมรมอื่นที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินเสิ่นเจาหยุ่นกับเซี่ยซิงอวี่พูด สายตาที่มองชมรมมือแห่งจักรวรรดิก็เริ่มไม่เป็นมิตร
จริงด้วย! เก่งแล้วจะวางท่าไม่เห็นหัวคนอื่นแบบนี้ได้หรือไง?
หลิวจวิ้นฉีหันไปมองเสิ่นเจาหยุ่น “เธอเป็นใคร? ถึงตาเธอพูดแล้วหรือ?”
เสิ่นเจาหยุ่นกวาดตามองหลิวจวิ้นฉีตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหัวเราะเยาะเบา ๆ
หน้าตาก็ดูเป็นผู้เป็นคนอยู่หรอก แต่ปากนี่ไม่น่าคบเลยจริง ๆ
