“ฉันไม่ฝึก! ฉันมีศักดิ์ศรี! ฉันทำเรื่องไร้กติกาแบบเธอไม่ได้หรอก” จงเจิ้งหงกดมือทั้งสองข้างลงบนแผงควบคุม แล้วตะโกนสวนอย่างเดือดดาล “แม้แต่จ้าวจงอวี่แห่งสถาบันจักรวรรดิยังไม่หน้าด้านเหมือนเธอเลย เธอมันทั้งต่ำช้าทั้งไร้ยางอาย ไม่คู่ควรจะเป็นทหารเมคาเดี่ยว จะทำให้โรงเรียนขายหน้าเปล่า ๆ”
ถ้าเสิ่นเจาหยุ่นไม่ใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้ เขาคงไม่แพ้เร็วขนาดนี้
เขานึกถึงสายตาผิดหวังของคนรอบข้าง ตอนที่สอบเข้าสถาบันจักรวรรดิไม่ติด
ลูกพี่ลูกน้องเคยบอกว่า เดิมทีเขาควรได้ไปอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้ และไม่ควรลดมาตรฐานของตัวเองเพียงเพราะได้เข้าเรียนที่สถาบันสหพันธ์ที่หนึ่ง
คำพูดของลูกพี่ลูกน้องถูกครึ่งหนึ่ง และผิดอีกครึ่งหนึ่ง
เขาจะไม่ลดมาตรฐานของตัวเอง เขาจะเป็นทหารเมคาเดี่ยวที่เก่งกาจให้ได้
แต่สถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งไม่ได้แย่ขนาดนั้น!
เขาจะเป็นตัวแทนสถาบันลงแข่ง และช่วยคว้าอันดับหนึ่งในงานแข่งรวมหลายสถาบันให้ได้
เขาจะทำให้สถาบันภูมิใจในตัวเขา!
เสิ่นเจาหยุ่นไม่คู่ควร!
“หึ... ศักดิ์ศรีงั้นเหรอ?” เสิ่นเจาหยุ่นหัวเราะเยาะ
เธอรู้อยู่แล้วว่าไอ้หมอนี่มันต้องโดนจัดการสักที
เธอมองไปยังนักศึกษาด้านล่างเวทีประลอง
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร นักศึกษาที่เพิ่งทะเลาะกันเสียงดังลั่นเมื่อครู่ก็แบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน
กลุ่มนักศึกษาจำนวนน้อยที่มีเซี่ยซิงอวี่เป็นตัวแทนยืนกระจัดกระจายอยู่ทางซ้าย
ส่วนทางขวากลับมีคนแน่นขนัด มองไปทางเธอเป็นตับ
ยืนเรียงกันเป็นระเบียบ แผ่แรงกดดันเต็มเปี่ยม
เสิ่นเจาหยุ่นเชิดหน้าขึ้น เคาะแผงควบคุมอย่างไม่ใส่ใจสองสามที
หัวของเมคาสีเงินดำแดงเขียวหันไปทางนักศึกษาฝั่งขวา “พวกเธอก็คิดว่าเขาพูดถูกเหมือนกันเหรอ?”
นักศึกษาปีสามคนนั้นเชิดหน้าตอบ “รุ่นน้อง เขาพูดไม่ผิด”
นักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาก็กล่าวเสริม “ใช่! จงเจิ้งหงไม่ได้ทำอะไรผิด เขาเป็นทหารเมคาเดี่ยวตัวจริง”
คนอีกมากมายพากันออกมาสนับสนุนคำพูดของพวกเขา
“ที่ฉันอยากเป็นทหารเมคาเดี่ยว ก็เพราะทหารเมคาเดี่ยวประพฤติตนอย่างผ่าเผย ตรงไปตรงมา ถ่อมตน และยึดมั่นในมารยาท”
“หลักคำสอนหัวใจเหล็กกล้าคือเกียรติยศของพวกเราทหารเมคาเดี่ยว!”
