เมคาสีน้ำเงินสลับแดงเหวี่ยงมดทองประกายที่กำอยู่ในมือฟาดใส่โล่แสง ก่อนจะพุ่งเข้าไปซ้ำแล้วต่อยตูมเดียวจนแหลก
ของเหลวสีดำทองปนเลือดกับเศษเนื้อระเบิดกระจาย ขณะเดียวกันโล่แสงก็เปล่งประกายสีน้ำเงินเจิดจ้า
ผู้คนทั้งในและนอกโล่แสงต่างลุ้นจนหัวใจแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่ม
“เธอกำลังยั่วโมโหพวกเราอยู่หรือไง?” ผู้อำนวยการจ้าวถามอย่างเดือดดาล
ที่เธอเล่นงานไม่ใช่มดทองประกายหรอก เห็นชัด ๆ ว่ากำลังฆ่าไก่ให้ลิงดู
“ปล่อยให้เธอตีไปเลย! ไม่ต้องแค่สามนาที ให้ตีสักเจ็ดวันเจ็ดคืนไปเลย!”
ลู่เจี่ยเท้าเอวข้างหนึ่ง พูดอย่างดูแคลน
คนอื่น ๆ แม้ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าล้วนเห็นด้วย
เสิ่นเจาหยุ่นทำอย่างที่พูดไว้จริง ๆ ถ้าไม่มีใครออกมา ก็จะทุบโล่แสงให้แตก
ยิ่งเธอบังคับเมคาเร็วขึ้นเท่าไร ความถี่ในการโจมตีก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
เมคาสีแดงชาดสลับน้ำเงินพับปีกเก็บแนบลำตัว กลายเป็นแผ่นเกราะรูปปีกสีทองที่ชูชันขึ้นสองข้างไหล่ บนแผ่นเกราะมีร่องลายคล้ายขนนกเรียงแน่น
บริเวณข้อต่อมีเครื่องขับดันทรงวงแหวนพ่นเปลวไฟสลับกัน โล่แสงมีพื้นที่กว้างมาก แต่เมคาก็เคลื่อนที่ได้รวดเร็วเช่นกัน
“ปัง ๆ ๆ...”
จังหวะเสียงโจมตีเริ่มสอดประสานกับแสงที่กะพริบบนโล่แสง
เสิ่นเจาหยุ่นเข้าใจเรื่องโล่แสงดีจริง ๆ เพิ่งผ่านไปหนึ่งนาที โล่แสงก็เริ่มปรากฏรอยแตกร้าวคล้ายกระดองเต่า
คนของคณะกรรมการเหมืองแร่เริ่มหน้าตาตื่น
“โล่แสงจะถูกทุบแตกจริง ๆ เหรอ?” ลู่เจี่ยล้วงมือออกจากกระเป๋า หยิบจอสมองกลขึ้นมาค้นข้อมูลเกี่ยวกับโล่แสงแตกร้าว
ผู้อำนวยการจ้าวเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น
