เสิ่นเจาหยุ่นเหลือบมองฉื่อฉิน
หมอนี่…
ลูกเล่นยังเยอะเหมือนเดิม อายุปูนนี้แล้วยังหลอกเด็กได้อีก
หลี่เสวี่ยโม่เขินอายจนค่อย ๆ ขยับเข้ามาข้างกายเสิ่นเจาหยุ่น ก่อนกระซิบถามว่า “เสี่ยวอวิ๋น พาพวกเรามาที่นี่เพื่อให้ได้ชมบารมีบรรพชนใช่ไหม? เดี๋ยวฉันขอให้ฉื่อฉินจับมือด้วยได้หรือเปล่า เธอว่าเขาจะปฏิเสธฉันไหม?”
เสิ่นเจาหยุ่นเหลือบมองเธออย่างไม่สบอารมณ์ “ฉันแค่อยากดูว่าจะรับมรดกของหมอนี่ได้หรือเปล่า”
ทุกคนพากันมองเธอด้วยสายตาตำหนิ
นี่เป็นคำพูดที่คนเขาพูดกันเหรอ?
เสิ่นเจาหยุ่นเผชิญสายตาของทุกคน ได้แต่เกาจมูกแก้เก้อ…
เอาเถอะ ต่อไปเธอจะไม่พูดตรงขนาดนี้แล้ว
แต่จะโทษเธอก็ไม่ได้ ทั้งหมดเป็นเพราะเมื่อก่อนฉื่อฉินชอบแต่งเรื่องมาหลอกพวกเขาอยู่บ่อย ๆ
เขาเคยพูดว่าบ้านเกิดของเขามีคนประเภทหนึ่งที่บำเพ็ญเซียนได้ พอผู้บำเพ็ญเซียนรู้ตัวว่าใกล้ตาย ไม่รู้ว่าทำไปเพื่อวางมาด หรือเพื่อวางมาดกันแน่ เอาเป็นว่าต้องทำไปเพื่อวางมาดแน่นอน…
ยังไงเสีย ผู้บำเพ็ญเซียนพวกนั้นจะเอาทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดไปซ่อนไว้ในที่ลับ แล้วทิ้งไว้ให้คนมีวาสนารุ่นหลัง
สถานที่ลับแห่งนั้นอาจเป็นสระน้ำใต้หน้าผาสักแห่ง อาจเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตัวเอกโปรดปราน หรือไม่ก็สุสานบรรพบุรุษของศัตรู…
สรุปคือฉื่อฉินบอกว่า คนดังผู้กล้าหาญอย่างเขา ในอนาคตจะต้องทำแบบนั้นเหมือนกัน!
แถมยังได้แกล้งหยอกคนรุ่นหลังไปด้วย
