“พังอีกแล้วไอ้ห่า!”
คนงานคนหนึ่งสบถด่าอย่างหัวเสีย สะบัดพลั่วทิ้งลงพื้น ปัดฝุ่นบนตัว พลางตะโกนใส่ร่างด้านหน้าว่า “พี่จาง ของพังๆ แบบนี้เสียทุกสองสามวัน จะให้คนทำงานยังไง!”
“นั่นสิ วันนี้ถ้าเสียสองชั่วโมง ค่าแรงก็ลดไปอีกหลายเหรียญแล้ว”
คนงานเหมืองอายุมากกว่าคนข้างๆ ถอนหายใจ ใช้ผ้าขนหนูสกปรกชื้นๆ เช็ดหน้า เผยให้เห็นสีหน้าอิดโรยเต็มทน
เห็นได้ชัดว่าเครื่องจักรหยุดทำงานไม่ใช่ครั้งสองครั้งแล้ว คนงานล้วนหมดหนทางกับสภาพนี้ ได้แต่กังวลว่าวันนี้ผลผลิตจะไม่พอ ส่งผลต่อค่าแรง
หัวหน้าคนงานเหมืองย่อยที่รับผิดชอบอาณาเขตนี้ขมวดคิ้วลุกขึ้นยืน เตะเครื่องจักรหนึ่งที ด่าว่า “แม่ง เกะกะจริง สวีจงซัน เมื่อก่อนแกเคยซ่อมไอ้นี่ไม่ใช่เหรอ ไปดูหน่อยว่าติดตรงไหน รีบจัดการให้เสร็จ!”
พ่อสวีรับคำ วางรถเข็นในมือลง
เขาเป็นคนซื่อๆ ปกติไม่ค่อยพูด แต่เพราะมือไม้พอใช้ได้ บางครั้งจึงถูกเรียกไปจัดการปัญหาเล็กๆ น้อยๆ
เขาเดินไปข้างเครื่องจักรที่หยุดขุด เดินวนดูรอบหนึ่งก่อน แล้วก้มลงตรวจสอบจุดเชื่อมต่อสำคัญอย่างละเอียด ไม่นานก็พบว่ามีนอตขึ้นสนิมตัวหนึ่งติดขัดเพลาส่งกำลัง ทำให้แขนกลทำงานไม่ได้
พ่อสวีขมวดคิ้ว ล้วงประแจขึ้นสนิมออกมา ออกแรงงัดนอตที่ติดอยู่นั้น แต่นอตไม่ขยับเลยสักนิด
“หัวหน้า นอตใหญ่พวกนี้สนิมเกาะแน่นเกินไป ติดตายหมดแล้ว”
พ่อสวีชี้ไปที่นอตที่ติดสนิม ต่อให้ใช้ค้อนทุบให้หลวม แต่ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน ก็อยู่ได้อีกไม่นาน
“สนิมตายอีกแล้ว!”
หัวหน้าคนงานเหมืองย่อยสบถด่า ยังพูดไม่ทันจบ...
“ตูม!”
เสียงระเบิดดังสนั่นน่าหวาดกลัวกว่าตอนเครื่องจักรเสียเป็นร้อยเท่า จู่ๆ ก็ดังออกมาจากส่วนลึกของเหมือง สะเทือนจนทุกคนแทบยืนไม่อยู่ แก้วหูอื้ออึง
ต่อมา เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังไปทั่ว
“เกิดอะไรขึ้น?!”
“ตรงนั้นถล่มเหรอ?”
“ฟังเสียงเหมือนเป็นปล่องเหมืองเก่าส่วนลึก?”
หัวหน้าคนงานเหมืองย่อยตกใจจนหน้าซีด สีหน้าเดิมที่หงุดหงิดกลายเป็นหวาดกลัว พอคนงานเขตทำงานเจ็ดได้สติ ต่างก็มองไปทางปล่องทางเดินทันที
“ครืน!”
