เรื่องข้อมูลของตระกูลหลิน จางเซียวพูดถึงไม่กี่ประโยคก็หยุด นอกจากความกังวลแล้ว สิ่งที่เขารู้ก็มีจำกัดมาก
สวีอวี้ไม่ได้ถามต่อ เมื่อเห็นว่าอาการของจางเซียวสงบลงแล้ว ก็ลุกขึ้นออกจากห้อง
ถึงเวลาเลิกเรียนแล้ว สวีอวี้ปรับอารมณ์ก่อนสาวเท้าไปทางโรงเรียนอย่างรวดเร็ว
สวีเยว่รอคอยอยู่ที่หน้าโรงเรียนตั้งแต่เนิ่นๆ ไอ้เจ้าเด็กอ้วนดูเหมือนจะรู้ว่าเธออารมณ์ไม่ดี จึงก้มหน้าก้มตานั่งยองๆ อยู่บนขั้นบันไดหิน ไม่ไปยั่วเธอ
เมื่อเห็นสวีอวี้มา ดวงตาของสวีเยว่เป็นประกาย รีบวิ่งเข้าไปกอดทันที “พี่!”
“ไป กลับบ้านก่อน”
สวีอวี้รับเธอไว้อย่างมั่นคง ยื่นมือไปขยี้ผมเธอ ก่อนพูดเสียงเบา
สวีเยว่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เธออยากพูดแต่ก็กล้ำกลืน
“ไม่ต้องห่วง วีเวยไม่เป็นไร ครอบครัวมารับตัวกลับไปแล้ว”
สวีอวี้มองออกว่าน้องสาวคิดอะไรอยู่ จึงปลอบเสียงนุ่ม
“จริงเหรอ?”
รอยยิ้มบนหน้าสวีเยว่แข็งค้างไปชั่วขณะ ส่ายหน้า น้ำเสียงหดหู่ลง “พี่ไม่ได้หลอกหนูใช่ไหม?”
ตอนอยู่เขตคนลี้ภัย เวลามีข้าวต้มให้กิน พี่ชายชอบบอกว่าไม่หิว แบ่งให้เธอครึ่งหนึ่งเสมอ จนสองปีมานี้เธอถึงค่อยๆ เข้าใจว่านั่นคือคำโกหกที่หวังดี
“ไม่หลอกเธอหรอกน่า”
สวีอวี้ย่อตัวลง มองสบตาของน้องสาวที่แฝงความกังวล แล้วปลอบ
“แต่ว่า... เธอบอกว่าเหลือแค่คุณน้าหลินที่บ้าน”
สวีเยว่พูดเสียงเบา
คุณน้าหลินยังไม่รู้เลยว่าเธอออกจากโรงเรียน แล้วใครกันที่มารับตัวหลินเวยเวย?
