ใต้แสงจันทร์ เงาร่างนั้นค่อย ๆ หันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าเยือกเย็น
“คุณน้าหลิน?”
สวีอวี้ค่อนข้างประหลาดใจ แต่ในใจกลับแอบโล่งอก
การปรากฏตัวของอีกฝ่ายไร้สุ้มเสียง แม้แต่เขายังไม่รู้ตัวเลยว่าหลินหร่านมาปรากฏในสวนได้อย่างไร หากอีกฝ่ายไม่จงใจเผยเสียงลมหายใจ เขาก็คงไม่มีทางรู้
คุณน้าหลินคนนี้ ไม่ธรรมดาแน่นอน!
“ดึกป่านนี้แล้ว มีอะไรรึเปล่า?”
สวีอวี้คาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายไม่มีเจตนาร้าย แต่จงใจรอเขาอยู่
“ฉันอาจต้องพาวีเว่ยไปแล้ว”
หลินหร่านลดเสียงลงต่ำมาก ราวกับกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน
สวีอวี้นิ่งเงียบ ก่อนจะพยักหน้า บอกตามตรงว่า เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องของตระกูลหลิน
เมื่อเห็นท่าทางของสวีอวี้ หลินหร่านเองก็เหมือนจะคาดเดาได้เช่นกันว่า เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิด
“คุณน้าหลินไม่อยากไปงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นว่าหลินหร่านเองก็นิ่งเงียบไปเช่นกัน สวีอวี้ก็ถอนหายใจในใจ ก่อนจะเอ่ยปากขึ้น
“ถึงไม่อยากไป แล้วจะทำอะไรได้ล่ะ? ด้วยพลังของฉันเอง คงต้านทานไม่ได้”
หลินหร่านยิ้มขมก่อนจะตอบ
“น้าหลินมีอะไรก็พูดตรง ๆ เถอะ”
สวีอวี้ตระหนักได้ว่า การที่อีกฝ่ายมาหาเขา ย่อมต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง
หลินหร่านเงยหน้าขึ้นมองสวีอวี้ สายตามองเด็กหนุ่มคนนั้น หัวใจของเธอสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ กล่าวว่า “หากเธอช่วยวีเว่ยได้ ฉันยินดีฝากชีวิตของฉันไว้กับเธอ”
แววตาของสวีอวี้หรี่ลง ทันใดนั้น เมื่อหลินหร่านพูดจบ ก็รู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุม
ปรมาจารย์เจ็ดขอบเขต!
คุณน้าหลิน แท้จริงแล้วเธอเป็นถึงผู้ทรงอำนาจขั้นปรมาจารย์เจ็ดขอบเขต!
