ทุกคนกลับมาถึงที่มั่น มุ่งตรงไปยังอาคารหิน
หลิ่วเยี่ยนเห็นพวกเขากลับมา อดถอนหายใจโล่งอกไม่ได้ ตั้งแต่ถังเหยียนบอกให้หน่วยของซูหลิงซีไปยังทะเลทรายผืนนั้น เขาก็ร้อนใจมาตลอด โชคดีที่ทั้งสี่คนกลับมาอย่างปลอดภัย
ทว่า เมื่อเห็นอาจารย์หยางและอีกสองคน สีหน้าหลิ่วเยี่ยนก็พลันขรึมลง ถึงอีกฝ่ายยังไม่ได้เอ่ยปาก เขาก็รู้แก่ใจแล้วว่า สมาชิกคนอื่นในหน่วยของพวกเขาคงประสบเคราะห์ร้าย
เซี่ยซื่อนำกล่องเหล็กที่หน่วยสำรวจทิ้งไว้ส่งคืนให้หลิ่วเยี่ยน ฝ่ายหลังพยักหน้า ถามว่า “บอกมาสิ พวกเจออะไรในทะเลทรายนั่น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซี่ยซื่อก็ไม่กล้าลังเล รีบเล่าสถานการณ์ที่พบเจอระหว่างทางตามความจริง
พอได้ยินว่าลึกเข้าไปในทะเลทรายมีสายแร่เหล็กดำชิงหมิง หลิ่วเยี่ยนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน สายแร่เช่นนี้หายากมากอยู่แล้ว ไม่คิดเลยว่าในอุโมงค์ซากภพนี้จะพบแร่เหล็กดำชิงหมิง
“ในสายแร่นั่น มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า”
หลิ่วเยี่ยนไล่ถาม ถ้ามีแค่สายแร่ หน่วยสำรวจกับหน่วยช่วยเหลือของอาจารย์หยางก็ไม่น่าอยู่ในสภาพอนาถเช่นนี้
อาจารย์หยางอวิ๋นจึงรีบเล่าเหตุการณ์ที่พบใกล้สายแร่ให้ฟังอย่างละเอียด ไม่เพียงแต่ผลึกชุมวิญญาณ รวมถึงเถาวัลย์สีโลหิตประหลาดนั่นด้วย
ฟังคำบอกเล่าของเขาจบ สีหน้าหลิ่วเยี่ยนก็มืดมนลงหลายส่วน ในแววตาถึงกับฉายแววเคร่งเครียดที่หาได้ยากยิ่ง
“ฉันทราบแล้ว พวกเธอกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ แต้มผลงานของภารกิจ จะสะสางให้พวกเธอเสร็จก่อนวันพรุ่งนี้”
หลิ่วเยี่ยนนิ่งคิดชั่วครู่ สุดท้ายก็โบกมือ บ่งบอกเช่นนั้น
ทุกคนไม่ได้อยู่นานเกินไปนัก ทยอยจากไป เหลือเพียงหลิ่วเยี่ยนกับผู้แข็งแกร่งระดับหกอีกคนหนึ่ง
“ท่านหัวหน้าสถาบันหลิ่ว เถาวัลย์สีโลหิตนั่นคืออะไรกัน”
ผู้ใช้พลังระดับหกคนนั้นปิดประตูแล้วถามเสียงต่ำ เห็นได้ชัดว่ารู้สึกไม่สบายใจกับข่าวที่หยางอวิ๋นแจ้ง
สิ่งของที่ชั่วร้ายถึงเพียงนี้ ปรากฏอยู่ห่างจากที่มั่นไม่ถึงสองร้อยกว่าลี้ หากไม่รีบจัดการแต่เนิ่น ๆ รอให้ที่มั่นขยายใหญ่ขึ้นอีก จะไม่รู้เลยว่ามีกี่หน่วยต้องถูกกลืนกินในนั้น
