“หัวหน้าสถาบันโปรดสั่งการ”
สีหน้าของทั้งสี่คนเคร่งขรึมขึ้นทันที ภารกิจปกติล้วนให้นักศึกษาไปรับเอง หากต้องให้หัวหน้าสถาบันเป็นผู้มอบหมายด้วยตนเอง ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา
สายตาของถังเหยียนกวาดผ่านใบหน้าของแต่ละคน น้ำเสียงค่อย ๆ ทุ้มต่ำลง “สามวันก่อน หน่วยสำรวจหนึ่งหายตัวไปในทะเลทรายแห่งหนึ่ง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา”
“หน่วยค้นหาชุดแรกที่ทางสถาบันส่งออกไป หลังจากเข้าไปแล้วก็เงียบหายเช่นกัน เราประเมินว่าพวกเขาคงประสบเคราะห์ร้ายแล้ว”
ได้ฟังดังนั้น สีหน้าของทั้งสี่ก็ยิ่งหนักอึ้ง ในฐานะนักศึกษาของสถาบัน พวกเขารู้ดีว่าหน่วยสำรวจที่สถาบันส่งออกไปล้วนเป็นหัวกะทิ แทบทั้งหมดเป็นผู้แข็งแกร่งระดับอาจารย์ แต่ละคนมากด้วยประสบการณ์ ต่อให้เผชิญวิกฤตที่มิอาจต้านทานได้ ก็ไม่น่าถึงขั้นถูกกวาดล้างหมดทั้งหน่วย
แต่ตอนนี้ ไม่เพียงหน่วยสำรวจจะถูกทำลายย่อยยับ แม้แต่ทีมค้นหาที่ส่งตามไปก็ไร้วี่แวว นั่นหมายความว่าในทะเลทรายแห่งนี้ซ่อนภัยคุกคามที่เกินคาดเดาไว้
แม้แต่รอยยิ้มบนหน้าเซี่ยซื่อก็หุบลง “ขนาดทีมค้นหายังเข้าไปดับ? ที่นั่นคงไม่มีอสูรซากระดับราชันหรอกนะ?”
“ยังไม่พบร่องรอยของอสูรซากระดับราชัน แต่บริเวณนั้นอสูรซากระดับห้าหนาแน่นกว่าที่อื่นมาก ผู้ใช้พลังธรรมดาเข้าไปพลาดท่าได้ง่าย”
ถังเหยียนโบกมือแล้วพูดต่อ “ในที่แบบนี้ ข้อได้เปรียบของผู้ใช้พลังจิตยิ่งโดดเด่น”
หน่วยที่มีผู้ใช้พลังจิตถึงสองคน หากมองทั่วหลุมหลบภัยหมายเลข 83 ก็มีเพียงหน่วยตรงหน้าเท่านั้น
“พวกเราควรทำอย่างไร?”
ซูหลิงซีครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถาม
เวลาผ่านไปหลายวันขนาดนี้ สองหน่วยนั้นคงเคราะห์ร้ายมากกว่าเคราะห์ดี กระดูกก็อาจหาไม่พบ พวกตนไปก็คงไร้ความหมาย
“หน่วยสำรวจนั้นนำสำเนาจารึกที่คัดลอกจากศิลาจารึกในซากภพไปด้วย มันสำคัญต่อสถาบันมาก ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องนำสำเนาจารึกนั่นกลับมา”
ถังเหยียนเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนมองไปทางสวีอวี้และคนอื่น ๆ “ฉันกับท่านหัวหน้าสถาบันหลิ่วเห็นตรงกันว่า การประสานงานและกำลังของพวกเธอในตอนนี้ เพียงพอจะรับภารกิจนี้”
