ขณะนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ผู้โทรมาคือเฉินหนาน ฉินชิงหานรีบกดรับสายทันที
“เฉินหนาน... เขา... เป็นยังไงบ้าง”
เฉินหนานกล่าวว่า “ไอ้สารเลวนั่นไม่เป็นอะไรแล้ว”
เมื่อได้ยินว่าเย่เฟิงอู่ไม่เป็นอะไร ฉินชิงหานก็เผลอถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะรีบพูดว่า “ขอบคุณนะเฉินหนาน เธอช่วยฉันอีกแล้ว”
เฉินหนานกลับแค่นเสียง “ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ฉันอยากให้มันติดคุกแทบแย่ แต่ไอ้สารเลวนั่นมีคนหนุนหลัง ชิงหาน บอกฉันมาตามตรงว่าเขารู้จักใครบ้าง”
เมื่อได้ยินว่าเย่เฟิงอู่มีคนหนุนหลัง ฉินชิงหานก็แปลกใจเล็กน้อย แต่ยังคงตอบว่า “จริง ๆ แล้วฉันเพิ่งรู้จักเขาได้สองสามวันเอง แต่ว่า... เขาสนิทกับเจียงฮ่าวมาก”
“เจียงฮ่าว? เจียงฮ่าวคนไหน เจียงฮ่าวแห่งกลุ่มอสังหาฯ เฟิงฮ่าวหรือเปล่า” น้ำเสียงของเฉินหนานเร่งร้อนขึ้นเล็กน้อย
ฉินชิงหานตอบว่า “ใช่ เขานั่นแหละ”
สิ้นเสียง อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงเฉินหนานจะดังขึ้นอีกครั้ง “มิน่าล่ะ ไอ้หมอนี่ถึงได้ทำเหมือนไม่เกรงกลัวอะไร ที่แท้ก็รู้จักเจียงฮ่าวนี่เอง ชิงหาน เธอน่าจะรู้ว่าเจียงฮ่าวเป็นคนแบบไหน เบื้องหน้าเขาเป็นมหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ แต่เบื้องหลังคือยักษ์ใหญ่แห่งโลกใต้ดินของเมืองไห่หัว เธอต้องหาทางไล่เขาออกไปให้ได้”
“คนพาลไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเย่เฟิงอู่ จู่ ๆ ก็เข้ามาใกล้เธอกับลูกสาว ต้องมีแผนสกปรกอะไรซ่อนอยู่แน่ พอเขาเบื่อเมื่อไร ธาตุแท้ก็จะเผยออกมา ชีวิตเธอยังทุกข์ไม่พออีกหรือไง!”
คำพูดของเฉินหนานยิ่งทำให้ฉินชิงหานสับสนว้าวุ่น เธอเองก็คิดไม่ต่างจากเฉินหนาน ทว่า... คงไล่เขาออกไปด้วยตัวเองไม่ได้ แค่คิดว่าเขารู้จักคนอย่างเจียงฮ่าว เธอก็อดหวาดกลัวไม่ได้
