หลังจากตำรวจชายเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อยู่ครู่หนึ่ง ข้อมูลทั้งหมดของเย่เฟิงอู่ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
แต่สีหน้าของตำรวจชายกลับดูแปลกพิกล เขาชี้หน้าจอแล้วพูดกับเฉินหนานว่า “ตำรวจเฉิน มีบางอย่างไม่ถูกต้องนะครับ ดูสิ”
เมื่อเห็นเช่นนั้น เฉินหนานก็ก้มลงมอง คิ้วขมวดเข้าหากันทันที เพราะบนหน้าจอมีเพียงข้อความสั้น ๆ ไม่กี่บรรทัด ระบุว่าในปีใดเดือนใดก่อคดีข่มขืนและถูกจำคุก ตามด้วยวันพ้นโทษ ซึ่งก็คือเมื่อไม่กี่วันก่อน
แต่ข้อมูลอื่นทั้งหมดกลับว่างเปล่า ทำให้สีหน้าของเฉินหนานค่อย ๆ บึ้งตึงลง
“เกิดอะไรขึ้น คอมพิวเตอร์ติดไวรัสหรือเปล่า ข้อมูลประวัติคนจะเรียบง่ายขนาดนี้ได้ยังไง หรือว่าเขากระโดดออกมาจากก้อนหินกันแน่” เฉินหนานถลึงตามองตำรวจชาย
ตำรวจชายเองก็คิดไม่ตกเช่นกัน ก่อนจะพูดว่า “ตำรวจเฉิน กรณีแบบนี้เป็นไปได้แค่สองอย่างครับ หนึ่ง เขาเป็นคนนอกระบบ สอง สถานีตำรวจของเราไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบข้อมูล”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินหนานก็แค่นเสียง “ไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบหรือ แม้แต่ข้อมูลของนักข่มขืนก็ยังตรวจไม่ได้ นายให้ความสำคัญกับหมอนี่มากเกินไปแล้ว ช่างเถอะ ไม่ต้องตรวจแล้ว”
แน่นอนว่าเฉินหนานไม่คิดว่าข้อมูลของเย่เฟิงอู่จะเป็นความลับระดับสูงสุด ดังนั้นเธอจึงคิดว่าเย่เฟิงอู่เป็นคนนอกระบบ
ขณะนั้น เย่เฟิงอู่ยังคงนั่งอยู่ตามลำพังในห้องสอบสวน จู่ ๆ ประตูก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง ตำรวจสาวหุ่นเร่าร้อนเดินเข้ามา
“ฉันตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดแล้ว จริงอยู่ว่านายไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่า แต่การทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนาเป็นเรื่องจริง เพราะฉะนั้นนายต้องติดคุกอย่างน้อยห้าหกปี” เฉินหนานนั่งลงตรงหน้าเย่เฟิงอู่ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
แม้เฉินหนานจะไม่รู้จักเย่เฟิงอู่ดีนัก แต่เธอรู้ว่าเขาเป็นนักข่มขืน การที่เขาเข้าใกล้ฉินชิงหานย่อมเป็นเพราะหมายปองความงามของเธอ คนแบบนี้ไม่ช้าก็เร็วต้องทำร้ายฉินชิงหานแน่
