ไม่นานก็มาถึงโรงงานฆ่าเชื้อแห่งหนึ่ง อาแปะเฉินกระโดดลงจากรถ ตะโกนว่า “ของมาส่งแล้ว”
คนงานสองคนออกมาจากโรงงาน พูดอย่างกระตือรือร้นว่า “อาแปะเฉิน มาแล้วหรือ พวกคุณพักก่อน พวกเราขนลงเอง”
เฉินเอ้อร์หนิวไม่เกรงใจ ดึงเหยาซิงไปพักใต้ต้นไม้
“ทุกสามวันต้องมาส่งของสักเที่ยว สกปรกก็เอามาส่ง ซักสะอาดแล้วก็ขนกลับ พรุ่งนี้เช้าค่อยเอาผ้าปูที่นอนสะอาดไปส่งที่แผนกผู้ป่วยใน” เฉินเอ้อร์หนิวอธิบาย
“อาแปะเฉิน เรายังมีงานอะไรต้องทำอีก”
“ซักผ้าปูที่นอนนี่ง่ายที่สุดแล้ว จำพวกชิ้นเนื้อมนุษย์หลังผ่าตัด อวัยวะ ของใช้จากแผนกโรคติดต่อและขยะทุกอย่าง ต้องฝังกลบให้ทันทุกวัน ขวดน้ำเกลือที่ใช้แล้วจากแต่ละแผนก เข็มฉีดยา ใบมีด และอื่นๆ ก็ต้องแยกประเภท แล้วขนไปที่สถานีขยะ เหยาซิง อย่าเพิ่งรีบ ค่อยๆ เรียนไป ไม่ถึงสองสามเดือน เธอก็จะรู้วิธีจัดการเอง”
ชิ้นเนื้อมนุษย์ เหยาซิงฟังแล้วแทบจะอ้วก
ไม่นาน ผ้าปูที่นอนบนรถก็ขนลงหมด ผ้าที่ซักสะอาดแล้วบรรจุในกระสอบสาน ถูกโยนขึ้นรถทีละมัดๆ
ชายวัยกลางคนท่าทางสะอาดสะอ้านคนหนึ่ง ถือห่อของเดินออกมา “อาแปะเฉิน ลำบากท่านแล้ว เย็นนี้เพิ่มกับข้าวอีกอย่างนะ”
เฉินเอ้อร์หนิวไม่ปฏิเสธ รับห่อของนั้นมาอย่างไม่อิดออด พลางบอกว่า “ได้ ผู้จัดการโรงงาน ท่านยุ่งเถอะ พวกเรากลับก่อน”
ดูท่าจะไม่ใช่ครั้งแรกครั้งที่สองแล้ว สองคนนี้รู้ใจกันดี
นี่คงเป็นหัวหมูที่อาจารย์สองท่านพูดถึงสินะ
ที่แท้ก็ไม่ต้องซื้อ มีคนเอามาให้
ขากลับบนรถ เฉินเอ้อร์หนิวยิ้มพลางพูดว่า “ขอแค่มาส่งของ ก็มีหัวหมูกิน พรุ่งนี้ไปส่งขวดยาและเข็มฉีดยา ประโยชน์ยิ่งมากกว่า”
“เข็มฉีดยาไม่ควรเอาไปฝังกลบหรือ” เหยาซิงถามอย่างสงสัย
“เจ้าเด็กโง่ ของจากแผนกโรคติดต่อน่ะต้องฝังกลบ แต่ขวดยาจากแผนกอื่น ยังดีอยู่ไม่เสียหาย เอากลับมาใช้ใหม่ได้” เฉินเอ้อร์หนิวกดเสียงต่ำพูด
