เมื่อความพลุกพล่านจางหายไป ลานบ้านตระกูลหยางก็ถูกเก็บกวาดจนสะอาดโดยชาวบ้านที่มาช่วยงาน ในบ้านเหลือเพียงผู้ใหญ่สี่คนเท่านั้น
พ่อของเฉี่ยวเฉี่ยวคว้าจอบเตรียมจะออกไปที่นา แต่ถูกอาม่าห้ามไว้ “อย่าไปเลย วันนี้พักสักวันเถอะ”
พ่อของเฉี่ยวเฉี่ยวไม่เอ่ยปาก แบกจอบเดินออกไปแล้ว
แม่ของเฉี่ยวเฉี่ยวกล่าวว่า “ในใจเขาทรมาน ปล่อยเขาไปเถอะ ออกแรงบ้างอาจช่วยให้ดีขึ้น”
พูดพลางก็ลุกเข้าไปในครัว แม้จะถูกเก็บกวาดจนสะอาดเอี่ยมแล้ว แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะหาอะไรทำ
จากหมู่บ้านต้าสุ่ยไปถึงตัวเมืองมีระยะทาง 50 กิโลเมตร จากตัวเมืองไปกองบัญชาการทหารอีก 10 กว่ากิโลเมตร ถนนหนทางเป็นหลุมเป็นบ่อ คาดว่าต้องใช้เวลาราวสามชั่วโมง
เฉี่ยวเฉี่ยวไม่เคยเข้าเมืองมาก่อน และไม่เคยนั่งรถจี๊ปเลย
รถโยกเยกโคลงเคลง เพิ่งเดินทางได้เพียง 10 กว่าลี้ ท้องไส้ของเฉี่ยวเฉี่ยวก็ปั่นป่วนราวกับถูกพลิกกลับ เธอพยายามอดกลั้นเอาไว้ ในวันมงคลเช่นนี้ อาเจียนบนรถจะไม่ดีกระมัง
หยางเจิ้งสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเอ่ยถามว่า “น้องเฉี่ยว เมารถหรือเปล่า”
เฉี่ยวเฉี่ยวโบกมือ ทำท่าว่าไม่เป็นไร ไม่กล้าปริปาก เพราะกลัวว่าจะอาเจียนออกมาจริงๆ
“พี่คนขับ จอดรถหน่อย น้องสาวฉันเมารถ ให้ลงไปอาเจียนสักหน่อย” หยางเจิ้งไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้น ร้องบอกทหารพลขับ
รถจอดแล้ว หยางเจิ้งรีบลงจากรถ ช่วยน้องสาวเปิดประตูรถ เฉี่ยวเฉี่ยวไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป วิ่งไปข้างทางแล้วอาเจียนออกมาอย่างหนัก
รถคันหลังก็จอดตาม ลั่วเหม่ยอวิ๋นถือกระติกน้ำเดินเข้ามา “เมารถสินะ โทษฉันเอง ที่คิดการณ์ไม่รอบคอบ น่าจะเตรียมยาแก้เมารถมาด้วย”
ไม่มีใครตำหนิ ไม่มีใครเร่งรัด รอจนเฉี่ยวเฉี่ยวอาเจียนจนหมด ลั่วเหม่ยอวิ๋นก็เช็ดปากให้ แล้วยื่นน้ำให้เธอดื่ม
ทหารหนุ่มพลขับส่งถุงพลาสติกให้เฉี่ยวเฉี่ยว “พี่สะใภ้ครับ ถ้าอดกลั้นไม่ไหว ก็อาเจียนใส่ถุงนะครับ”
