หัวข้อสนทนาหมุนมาที่ตำแหน่งหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยของโรงงานเคมี หลินเจี๋ยมีความกังวลอยู่บ้าง “ก็ไม่ง่ายอย่างที่พวกคุณคิดหรอก แผนกรักษาความปลอดภัยเนี่ย ถ้าสร้างผลงานไม่ได้ จะใช้แค่คุณงามความดีทางทหารเล็กน้อยไต่เต้าต่อไป ก็ยังยากอยู่นะ”
ผลงานที่ว่า ก็คือการจับหัวขโมยที่ลักทรัพย์สินของรัฐบาลน่ะสิ ถ้าไม่ปล่อยจ้าวเว่ยกั๋วไป ตำแหน่งหัวหน้าแผนกก็ต้องมั่นคงแล้ว
จ้าวเว่ยกั๋วหัวเราะ “แหะๆ” ทีหนึ่ง “ขอแค่หัวหน้าหลินยินดี โอกาสมีตั้งเยอะแยะ”
“หมายความว่ายังไง”
หลินเจี๋ยไม่เข้าใจ หรือว่าพวกคุณจะขโมยอีกครั้ง แล้วผมจับคุณ?
จ้าวเว่ยกั๋วเกาหัว “หัวหน้าหลิน พรุ่งนี้สามทุ่ม แผนกหม้อไอน้ำจะส่งถ่านหินมาชุดหนึ่ง คุณไปซุ่มดูก็พอแล้ว”
หลินเจี๋ยสร่างเหล้าไปครึ่งหนึ่ง “มีคนขโมยถ่านหินเหรอ”
จ้าวเว่ยกั๋วก้มหน้าลงไม่พูดอะไรอีก
“นอกจากถ่านหิน ยังมีอะไรอีก”
จ้าวเว่ยกั๋วอยู่ที่โรงงานเคมีมานานแล้ว เรื่องพวกนี้ย่อมรู้ดีกว่าคนนอก
หลินเจี๋ยพลันรู้สึกว่าตัวเองมันโง่จริงๆ ไม่สิ แผนกรักษาความปลอดภัยมันโง่ ทั่วทั้งแผนกมีแต่หัวขโมย เขาที่เป็นรองหัวหน้าแผนกไม่รู้เรื่อง แต่จ้าวเว่ยกั๋วรู้
“ไม่มีแล้ว ผมก็รู้มาโดยบังเอิญ” จ้าวเว่ยกั๋วหน้าแดง
“กระทั่งถ่านหินยังขโมย มันได้เงินสักกี่มากน้อยกัน” หลินเจี๋ยรู้สึกหงุดหงิด
จะขโมย ก็ขโมยอะไรที่มีราคาหน่อยสิ?
สงจื้ออวี่รินเหล้าให้หลินเจี๋ยจนเต็มแก้วพลางพูดว่า “หัวหน้าหลิน ถ่านหินเป็นพลังงานที่โรงงานเคมีขาดไม่ได้ รถหนึ่งคันบรรทุกสามสิบสี่สิบตัน หากมีการลงบันทึกรถเกินมาหนึ่งคัน จำนวนเงินก็ไม่น้อยเลยนะ”
“นับเกิน?”
“ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้” สงจื้ออวี่ยิ้มซื่อๆ อย่างขวยเขิน
หลินเจี๋ยทุบโต๊ะฉับ หน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเพราะดื่มเหล้า
