ห้าทุ่มครึ่ง
ในยามที่ทุกคนคิดว่าเรื่องน่าตกใจของวันนี้คงมีแค่นี้ จู่ ๆ หัวข้อใหม่ก็ไต่อันดับขึ้นเทรนด์เวยป๋ออย่างเงียบเชียบ
—เมืองบนทวีปลึกลับกำลังเคลื่อนที่—
หัวข้อนี้ไต่อันดับจากที่ 37 ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในเวลาเพียง 3 นาที
ใต้หัวข้อนั้นมีภาพเปรียบเทียบภาพหนึ่ง ซึ่งถูกวงกลมสีแดงนับไม่ถ้วนล้อมเอาไว้
ผู้โพสต์เป็นอินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งที่ผ่านการยืนยันตัวตนว่าเป็น “วิศวกรโครงสร้างจากสถาบันออกแบบแห่งหนึ่ง”
บัญชีชื่อ @คอนกรีตไม่เชื่อฟัง มีผู้ติดตาม 80,000 คน ปกติโพสต์แต่เรื่องในไซต์งานกับบ่นเรื่องในวงการ เรียกได้ว่าเป็นบัญชีเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีใครรู้จัก
แต่คืนนี้ โพสต์วิเคราะห์ของเขากลับถูกส่งต่อทะลุ 300,000 ครั้ง
“พวกนาย ฉันไม่พูดให้มากความ เอารูปให้ดูกันเลย
ภาพซ้ายเป็นภาพถ่ายดาวเทียมขององค์การอวกาศยุโรปตอนสองทุ่ม ส่วนภาพขวาเป็นตอนห้าทุ่ม ถึงจะยังมองรูปร่างที่แท้จริงของเมืองนั้นไม่ออก แต่ผ่านไป 3 ชั่วโมง มันขยับไปตั้งหลายสิบกิโลเมตรแล้ว”
“ฉันทำงานโยธามาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเมืองเคลื่อนที่ได้”
ช่วงสองสามนาทีแรก ใต้โพสต์เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
“หมายความว่าไง? ดื่มไปกี่แก้วแล้วเนี่ย?”
“เมืองจะเคลื่อนที่ได้ยังไง? ดื่มไปกี่ขีดกัน?”
“ไม่เห็นจะเป็นวิทยาศาสตร์เลย! เมืองที่มีคนหลายล้านคนจะขยับได้ยังไง? ใช้สายพานตีนตะขาบเหรอ? ต้องสร้างใหญ่แค่ไหน? แล้วฐานรากล่ะ? ใช้พลังงานอะไร?”
……
ในเวลาเดียวกัน บนจือหู
โพสต์หัวข้อ “ถามเพราะไม่รู้ เมืองทั้งเมืองที่วิ่งได้ต้องมีงานโครงสร้างพื้นฐานระดับไหน?” มียอดตอบทะลุพันภายใน 3 นาที
เจ้าของกระทู้—ผู้เฝ้ามองทุ่งข้าวสาลี: “เจ้าของกระทู้ทำงานโยธา เพิ่งปีนลงจากเตียงในหอพักคนงานมากดดูภาพดาวเทียม ดูแล้วอยากบอกแค่ว่า รุ่นพี่ทั้งหลาย วงการโยธาของเรายังไปได้อีกไกล”
คอมเมนต์แรกเป็นความเห็นยอดนิยม: “ระดับไหนเหรอ? ก็ระดับโลกพเนจรไง”
แค่หกคำสั้น ๆ นี้ก็ได้ยอดถูกใจ 24,000 ครั้ง
ตามมาติด ๆ ด้วยคอมเมนต์ที่สอง—แมวส้มแสนน่ารัก:
“ไม่ใช่แล้ว ในหนังเครื่องยนต์ดาวเคราะห์ผลักโลกให้เคลื่อนที่ แต่ของทางนั้นผลักเมืองให้เคลื่อนที่โดยตรง แก่นมันก็เรื่องเดียวกัน ต่างกันแค่ขนาดใหญ่กับเล็ก”
คอมเมนต์ที่สาม—เรียกฉันว่าท่านเซียน:
“ต่างกันตรงไหนล่ะ อย่างน้อยโลกก็เป็นทรงกลม แรงที่ได้รับสม่ำเสมอ
แต่บนเมืองยังมีคนอีกหลายล้านคน แล้วระบบประปากับไฟฟ้าจะจัดการยังไง? ท่อระบายน้ำล่ะ? พอเมืองขยับขึ้นมา ต้องมีของตั้งกี่อย่างเคลื่อนตามไปด้วย?”
คอมเมนต์ที่สี่—กรรมกรก่อสร้างระดับดาวเคราะห์:
“ฉันเปลี่ยนจากงานโยธาไปทำงานอินเทอร์เน็ตเพราะคิดว่าวงการโยธาไม่มีอนาคต ตอนนี้ดูเหมือนฉันจะตื้นเขินไปเอง
พวกเขาเล่นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานไปถึงระดับที่พวกเราไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการแล้ว
ลองคิดดูสิ ถ้าจะขับเคลื่อนเมืองทั้งเมือง ต้องใช้กำลังขนาดไหน? โครงสร้างข้างใต้เป็นแบบไหน? สายพานตีนตะขาบ? ล้อ? หรือแม่เหล็กไฟฟ้าลอยตัว? ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็เป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ในตำราเรียนของเราทั้งนั้น”
“เมื่อก่อนเราชอบเรียกตัวเองว่าปีศาจแห่งงานก่อสร้าง แต่หลังคืนนี้ไป คงต้องยกตำแหน่งให้คนอื่นแล้ว”
……
เวยป๋อ
บรรยากาศออกแนววรรณศิลป์ขึ้นมาหน่อย แต่ระดับความตื่นตะลึงไม่ได้ลดลงเลย
—ผู้กำกับโลกพเนจรออกมาดูหน่อยไหม—
หัวข้อนี้ตั้งขึ้นมาแซวก็จริง แต่ใต้โพสต์กลับมีแต่คนคุยกันอย่างจริงจัง
“ผู้กำกับกัว รีบมาดูเร็ว มีวัตถุดิบใหม่สำหรับโลกพเนจร 3 แล้ว!”
“ไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ดาวเคราะห์แล้ว เปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์เมืองแทน”
“ฉันว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องจินตนาการในหนังแล้ว นี่คือเส้นทางอารยธรรมที่แตกต่างกันอย่างแท้จริง”
“ทางเราเลือกเส้นทางเมืองอยู่กับที่ + หลุมหลบภัยใต้ดิน คิดว่าบ้านเป็นสิ่งไม่มีชีวิต ก็เลยต้องเฝ้าปกป้องมัน”
“แต่พวกเขาพลิกแนวคิดเรื่อง ‘บ้าน’ ไปเลย บ้านมีชีวิต ถ้าที่ไหนปลอดภัยก็ไปที่นั่น”
“เบื้องหลังนี่คือความต่างด้านเทคโนโลยีพลังงานแบบขาดลอย ไม่อย่างนั้นใครจะกล้าเล่นอะไรแบบนี้?”
……
บีจ้าน
วิดีโอให้ความรู้และวิเคราะห์ที่ปั่นกันข้ามคืนเริ่มทยอยปล่อยออกมาแล้ว
วิดีโอที่มียอดชมสูงที่สุดใช้ชื่อว่า “สามชั่วโมงสิบกว่ากิโลเมตร: เมืองเดินได้แห่งนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เจ้าของช่องทำรายการคุยเรื่องไซไฟ มีผู้ติดตามไม่ถึงแสนคน แต่ช่องแชตลอยในวิดีโอตอนนี้ถี่ยิบราวกับหิมะตก
“มาแล้ว ๆ ผู้ชายที่ยุ่งที่สุดในอินเทอร์เน็ตคืนนี้”
“เจ้าของช่องรีบบอกที ข้างใต้นั่นมันคืออะไรกันแน่”
“ฉันพนันห้าหยวนว่าเป็นแรงต้านโน้มถ่วง”
“แรงต้านโน้มถ่วงบ้าอะไร ดูรอยตรงขอบเมืองนั่นสิ เห็นชัด ๆ ว่ามีแรงเสียดทาน แปลว่าต้องสัมผัสพื้นอยู่แน่”
“สายพานตีนตะขาบต้องใหญ่ขนาดไหนเนี่ย… ให้ตายสิ ไม่อยากคิดเลย”
ในวิดีโอ เจ้าของช่องขยายภาพถ่ายดาวเทียมให้ดู
“ทุกคนดูตรงนี้ รอยตรงนี้น่าสนใจมาก แสดงว่าเมืองนี้มีพวงมาลัย เลี้ยวได้ด้วย”
ช่องแชตลอยพากันส่งข้อความ “เชี่ย~” “เชี่ย~” “เชี่ย~” เต็มหน้าจอ
“เมืองที่เลี้ยวได้…”
“นี่คือเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเราสินะ รักเลย ๆ เมื่อไหร่จะเปิดเส้นทางเดินเรือ อยากไปเที่ยวดูจัง”
“คนข้างบนคิดอะไรอยู่? ตอนนี้ทางนั้นมีท่าทีแบบไหน ยังไม่รู้เลยว่าจะยอมติดต่อกับเราหรือเปล่า!”
……
แต่สิ่งที่ผลักให้การถกเถียงครั้งนี้พุ่งสู่จุดสูงสุดอย่างแท้จริง คือภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเมื่อ 4 ปีก่อน
โลกพเนจร
ภาพยนตร์ที่เคยเป็นตำนานด้านรายได้เรื่องนี้ กลับขึ้นมาติดสิบอันดับแรกในชาร์ตความนิยมแบบเรียลไทม์ของเว็บไซต์วิดีโอรายใหญ่ทั้งหลายอีกครั้ง
กราฟจำนวนผู้ชมพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังสี่ทุ่มคืนนี้ บรรยากาศในช่องแชตลอยกับส่วนความคิดเห็นก็เปลี่ยนไปด้วย
เมื่อก่อนทุกคนพิมพ์กันว่า “ลูกโลกน้อยสุดเจ๋ง” “ปีแรกแห่งไซไฟตงหวง”
แต่คืนนี้มีแต่ข้อความว่า
“ที่แท้สิ่งที่ต้า หลิวเขียนไม่ใช่นิยายไซไฟ แต่เป็นตัวอย่างสารคดีล่วงหน้างั้นเหรอ?”
“ในหนังเครื่องยนต์ดาวเคราะห์ผลักโลกให้วิ่ง ส่วนในชีวิตจริง เมืองทั้งเมืองของเขาอยากไปก็ไปได้จริง ๆ สมกับที่ศิลปะมาจากชีวิต แต่ชีวิตที่ว่านี่ไม่ใช่ชีวิตของพวกเรา”
“ดูพวกเราสิ โลกหยุดหมุน ก็สร้างเมืองใต้ดิน
แล้วดูพวกเขาสิ สร้างเมืองให้วิ่งได้ไปเลย
ฉันว่ามนุษย์ในหนังเดินเข้าสู่ความเข้าใจผิดทางเทคโนโลยีหรือเปล่า? แทนที่จะผลักโลก สู้ย้ายทุกคนเข้าเมืองเคลื่อนที่ไม่ดีกว่าเหรอ?”
“คนข้างบนมองแคบไปแล้ว ที่ผลักโลกก็เพราะดวงอาทิตย์กำลังจะระเบิด ต้องขนข้าวของหนีไปด้วย ส่วนเมืองเคลื่อนที่ของทางนั้น บางทีอาจสร้างขึ้นเพื่อหลบภัยพิบัติอะไรบางอย่างก็ได้”
“เชี่ย พอพูดแบบนี้แล้วทำไมฉันถึงขนลุกขึ้นมานิด ๆ ล่ะ สภาพแวดล้อมทางนั้นเป็นแบบไหนกัน ถึงทำให้อารยธรรมหนึ่งพัฒนาเทคโนโลยีแบบนี้ขึ้นมาได้?”
“อย่าขู่ตัวเองเลย บางทีพวกเขาอาจแค่คิดว่าเมืองวิ่งได้แล้วเท่ก็ได้มั้ง?”
“เท่บ้าอะไร ต้องเผาเงินไปเท่าไหร่? ปริมาณพลังงานที่ใช้มันมหาศาลระดับดาราศาสตร์ ถ้าไม่มีปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันแบบควบคุมได้ก็ทำไม่ไหวหรอก”
“งั้นคำถามก็คือ ทางนั้นควบคุมปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันได้แล้วหรือเปล่า?”
“คำตอบของคำถามนี้ อาจเปลี่ยนชะตากรรมของมนุษยชาติทั้งหมดได้”
