ตระกูลเจิ้งเป็นพ่อค้าฮ่องกง ในฐานะบุตรสาวคนโตของบ้าน เจิ้งหลานซินจึงใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย กินดีอยู่ดีมาตั้งแต่เด็ก
ตอนเธออายุยี่สิบห้าปี ผู้ใหญ่ในตระกูลต้องการผลกำไรมากขึ้น จึงเตรียมให้เธอแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลผัง
สมัยหนุ่ม ๆ ผังเซิ่งหย่งมีชื่อเสียงเรื่องเป็นหนุ่มเจ้าชู้เลื่องลือไปทั่ว เปลี่ยนแฟนสาวราวกับเปลี่ยนเสื้อผ้า
เจิ้งหลานซินย่อมไม่ชอบหนุ่มเจ้าชู้แบบนั้น เพื่อหนีการแต่งงาน เธอจึงหนีออกจากบ้าน มายังแผ่นดินใหญ่และเที่ยวเล่นไปทั่ว
ในยุคนั้นความปลอดภัยยังไม่ค่อยดีนัก กล้องวงจรปิดก็มีให้เห็นน้อยมาก
ด้วยเหตุนี้ ปีศาจและภูตผีสารพัดจึงมักถือกำเนิดขึ้นในสถานที่มืดมิด
วันหนึ่ง เจิ้งหลานซินกำลังชมพระอาทิตย์ตกอยู่บนยอดเขา
เธอมองจนเพลิน พอได้สติขึ้นมา ฟ้าก็มืดแล้ว นักท่องเที่ยวที่มีไม่มากตั้งแต่แรกก็กลับกันไปหมด
ลมยามเย็นพัดผ่านแผ่วเบา ราวกับพาความเย็นเยียบที่ไม่รู้จักมาด้วย ทำให้คนเผลอกระชับเสื้อผ้าเข้าหาตัวโดยไม่รู้ตัว
เจิ้งหลานซินรวบรวมสติ แล้วรีบลงจากเขา
เดินมาได้ครึ่งทาง ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
เธอเริ่มหวั่นใจเล็กน้อย แสงจากไฟฉายในมือสั่นไหวรุนแรงตามจังหวะฝีเท้าที่เร่งขึ้น
ขณะที่ใกล้จะถึงเชิงเขา เธอก็เห็นหญิงชราผมขาวโพลนนั่งถอนหายใจอยู่บนพื้น
เจิ้งหลานซินเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปถาม "คุณยายคะ ทำไมนั่งอยู่บนพื้นล่ะคะ หกล้มหรือเปล่า"
หญิงชราตอบว่า "เมื่อครู่ยายเดินไม่ระวังจนข้อเท้าแพลง แม่หนูใจดี ช่วยแบกยายลงไปได้ไหม บ้านยายอยู่ริมทุ่งนาเชิงเขานี่เอง"
ตอนนั้นเจิ้งหลานซินยังไร้เดียงสาและมีน้ำใจ ทั้งไม่ค่อยระแวงคน เธอคิดว่าระยะทางก็ไม่ไกล ผู้สูงอายุก็น่าสงสาร ช่วยสักหน่อยย่อมเป็นเรื่องสมควร
