ตอนแรก ไป๋เฉิงเฟิงยังคิดว่าจางเสวี่ยเสวี่ยอาจจะเป็นทายาทสายตรงของตระกูลใหญ่ตระกูลใดตระกูลหนึ่ง แต่เมื่อเขารู้ว่าจางเสวี่ยเสวี่ยเข้าป่าปิดตน เขาถึงได้รู้ว่าสถานการณ์มันเกินความเข้าใจปกติแล้ว
เขาจึงพยายามถามไถ่จากปากไป๋จวิ้นอีกครั้ง
ปกติไป๋จวิ้นดูท่าทางโง่ ๆ แต่เรื่องที่ไม่ควรพูดเขาไม่เคยพูดพล่อย ๆ ต่อให้พ่อแท้ ๆ มาถาม เขาก็พูดได้แค่ประโยคเดียว
"พ่อวางใจได้ ตราบใดที่จางเสวี่ยเสวี่ยอยู่ประจำที่บริษัทเรา อนาคตซิงคงเอนเตอร์เทนเมนต์ต้องกลายเป็นบริษัทบันเทิงที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในประเทศหัวเซี่ยแน่นอน"
ไป๋เฉิงเฟิงไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก ลับหลังก็สืบประวัติสิบปีที่จางเสวี่ยเสวี่ยอยู่ในวงการมาด้วย พบว่าเธอมีโชคดีจนน่าตกใจ และไม่ใช่แค่ตัวเองโชคดีเท่านั้น ซีรีส์ที่เธอนำแสดงก็ดัง สินค้าที่เธอเป็นพรีเซนเตอร์ก็ขายดี ขนาดคนรอบข้างเธอยังพลอยโชคดีไปด้วย
ต้องเข้าป่าปิดตน แล้วยังมีวาสนาพิเศษอีก...
ไป๋เฉิงเฟิงก็เลยเดาว่าความเป็นไปได้มากที่สุดคือจางเสวี่ยเสวี่ยเป็นพวกปีศาจ และเป็นปีศาจประเภทที่ดึงดูดโชคลาภ บางทีอาจจะเป็นกระถางทองกลายร่าง ต้นไม้เงินต้นไม้ทองกลายร่าง หรือไม่ก็ปลาคาร์พ ปี่เซียะ แมวกวักทรัพย์อะไรประมาณนั้น
แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร การที่เธอมาถือหุ้นซิงคงเอนเตอร์เทนเมนต์ก็มีแต่ได้กับได้!
สิ่งเดียวที่ทำให้ไป๋เฉิงเฟิงกังวลเล็กน้อยคือ วาสนาพิเศษแบบนี้ จะเกิดผลสะท้อนกลับเหมือนเพื่อนที่เลี้ยงเทพชั่วร้ายของเขาเมื่อก่อนหรือเปล่า
