ผีเฒ่าได้สติ ตระหนักว่าซางเฟยหว่านมองทะลุถึงความคิดของตนและกำลังโกรธ จึงรีบขอโทษทันที "สตรีมเมอร์ ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้ว! ผมไม่ควรมีความคิดนอกลู่นอกทางเลย"
ซางเฟยหว่านเหลือบมองเขาอย่างเฉยชา "แก้ตอนจบ"
ผีเฒ่าทรุดตัวลงคุกเข่า "สตรีมเมอร์ ผมไม่กล้าแล้ว! ขอท่านช่วยผมด้วย ผมไม่อยากตาย ฮือออ ผมยังไม่เคยมีความรัก ไม่เคยจับมือผู้หญิงเลยนะครับ เวลาเขียนหนังสือเจอฉากรักก็ได้แต่นึกมโนเอาเอง คิดเรื่อยเปื่อยจนติดนิสัยถึงได้...ถึงได้... จริง ๆ แล้วผมไม่ได้เป็นคนเลวร้ายนะครับ แถมยังบริจาคเงินทำบุญอยู่บ่อย ๆ ด้วย"
ซางเฟยหว่านกล่าว "อยากจะสะสางวิญญาณหนังสือ ต้องให้มันปรากฏตัวก่อน คุณต้องออกแบบตอนจบที่สมเหตุสมผลกว่านี้ จะมาจับส่งเดี๋ยวนั้นไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมันไม่โผล่ออกมา เรื่องก็จัดการต่อไม่ได้"
ผีเฒ่าถามอย่างตะลึง "แล้วตอนจบต้องเขียนยังไงครับ?"
"นั่นต้องถามคุณ" เพราะอย่างไรเสียซางเฟยหว่านก็ไม่ใช่คนเขียนหนังสือ
ผีเฒ่ากลับไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือ ครุ่นคิดชั่วครู่ แล้วเริ่มเคาะคีย์บอร์ด——
[รัตติกาลค่อย ๆ มืดครึ้ม พลังหยินค่อย ๆ ทวีความเข้มข้น
เงาสีแดงฉานพลันปรากฏ
ไร้ซึ่งสายลม ทว่ากระโปรงพลีตสีแดงกลับพลิ้วไหวแผ่วเบา หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าภายใต้กระโปรงนั้นไร้ซึ่งเท้า...]
แสงไฟในห้องดับวูบลงทันใด เหลือเพียงจอคอมพิวเตอร์ที่ยังแผ่ลำแสงสว่างเล็ก ๆ อย่างยากเข็ญ มือของผีเฒ่าเคาะคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว เบื้องหลังเริ่มสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่คืบคลานเข้ามา
