บางครั้งเขาจะนึกถึงภาพยามเหม่อลอยอยู่ในห้องเรียน มองดูเหล่านกน้อยนอกหน้าต่าง
ตอนนั้นเขามักคิดว่า ขอเพียงก้าวพ้นรั้วโรงเรียนไป ก็จะสามารถโบยบินได้อย่างอิสระเช่นเดียวกับนกน้อย
ทว่าโรงงานแห่งนี้กลับเป็นกรงขังที่ใหญ่กว่าเดิมเสียอีก เป็นกรงขังที่แม้แต่หน้าต่างก็ยังไม่มี!
เขามองไม่เห็นโลกภายนอก ได้ยินเพียงเสียงเครื่องจักรที่คำรามไม่หยุดหย่อน และมองเห็นสีหน้าด้านชาของเพื่อนร่วมงานข้างกาย ราวกับหุ่นเชิด
ทำงานอยู่ได้ไม่กี่เดือน เขาก็ทนไม่ไหว จึงลาออกอีกครั้ง
จากนั้นก็ใช้เงินที่เก็บสะสมมาเริ่มกินดื่มเที่ยวเล่น ใช้ชีวิตอย่างอิสระตามที่ตนต้องการ
ทว่าอิสรภาพจำเป็นต้องใช้เงินคอยประคับประคอง
เงินเดือนที่ตรากตรำทำงานเก็บสะสมมาหลายเดือน ถูกใช้จนหมดลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงได้แต่เข้าโรงงานอีกครั้ง ทำงานน่าเบื่อหน่ายและจำใจเช่นเดิม
ตลอดระยะเวลาหลายปี เขาเปลี่ยนงานไปมาระหว่างโรงงานต่าง ๆ ไม่หยุดหย่อน โดยปกติจะทำงานอยู่ไม่กี่เดือน พอได้เงินมาบ้างก็ออกไปใช้ชีวิตสำราญ
พอเงินหมดก็กลับมาทำงานต่อ
วันเวลาผ่านไปราวสายน้ำ กว่าจะรู้ตัว เยาว์วัยก็ถูกใช้จนหมดสิ้น
ต่อมา พ่อแม่เป็นคนจัดการนัดดูตัวให้เขา เขาจึงแต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่งที่มีสภาพครอบครัวไม่ต่างจากตน
ช่วงข้าวใหม่ปลามันยังคงหวานชื่นและโรแมนติก ทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตนี้ก็ยังมีความหมายอยู่บ้าง
แต่เมื่อบุตรถือกำเนิด และพ่อแม่เริ่มชราลง ภาระของชีวิตก็หนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
